ด่วน! กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง ไวรัสนิปาห์ พบผู้ติดเชื้อที่อินเดีย
23 ม.ค. 2569
ด่วน! กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” หลังพบผู้ติดเชื้อที่อินเดียในรอบ 19 ปี ชี้ อาการร้ายแรงกว่าโควิด ยังไม่มีวัคซีนรักษา
Feature & Lifestyle
23 ม.ค. 2569
ด่วน! กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” หลังพบผู้ติดเชื้อที่อินเดียในรอบ 19 ปี ชี้ อาการร้ายแรงกว่าโควิด ยังไม่มีวัคซีนรักษา
23 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความสเตตัส ระบุว่า “กรมควบคุมโรค เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ในประเทศอินเดีย อย่างใกล้ชิด เร่งประสานเครือข่าย One Health
ป้องกันการระบาด #แชร์บอกต่อ #โรคติดต่ออันตราย”
โดยล่าสุด รัฐบาลอินเดีย ประกาศกำลังเร่งดำเนินการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) อย่างเข้มงวด หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวน 5 ราย ในพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอล เจ้าหน้าที่รัฐบาลกล่าวว่า มีประชาชนเกือบ 100 คน ถูกกักตัวผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ไวรัสนิปาห์คือ โรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีพาหะธรรมชาติที่สำคัญคือ ค้างคาวกินผลไม้ รวมถึงสามารถแพร่กระจายผ่านทางหมูหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อได้โดยตรง ถือเป็นเชื้อที่มีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดสูงและมีอัตราการเสียชีวิตที่น่ากังวล
ทั้งนี้ ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยมีรายงานว่าก่อนหน้านี้มีคนไข้ 1 รายเสียชีวิตด้วยอาการที่คล้ายคลึงกัน ก่อนที่จะมีการตรวจพบเชื้อในกลุ่มพยาบาลในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากรณีของผู้เสียชีวิตรายดังกล่าว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดภายในโรงพยาบาลที่เมืองบาราซัต ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโกลกาตาที่เป็นเมืองหลวงของรัฐ
สำหรับอาการของผู้ติดเชื้อยืนยันทั้ง 5 ราย พบว่า มีพยาบาลหญิง 1 รายที่ยังอยู่ในอาการโคม่าและจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนพยาบาลชายอีก 1 รายเริ่มมีอาการดีขึ้นและผลตรวจในรอบแรกออกมาเป็นลบแล้ว แต่ยังคงต้องกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
ผู้ติดเชื้อรายล่าสุด ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโรคติดต่อในเบเลกาตา ทางตะวันออกของเมืองโกลกาตา ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้านี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุขรัฐเวสต์เบงกอลกล่าวว่า “อาการของพยาบาลชายดีขึ้นแล้ว แต่ผู้ป่วยหญิงยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตมาก ทั้งสองคนกำลังได้รับการรักษาในห้องไอซียู (หน่วยดูแลผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ)”
ผู้เชี่ยวชาญในประเทศซึ่งต่อสู้กับการระบาดของไวรัสนิปาห์ทุกปี ได้เตือนถึงลักษณะการติดเชื้อจากสัตว์สู่คนของไวรัสชนิดนี้
นายราจีฟ จายาเดวัน อดีตประธานสมาคมแพทย์อินเดียประจำเมืองโคชิน กล่าวว่า เนื่องจากพบไวรัสในค้างคาวบางสายพันธุ์ การติดเชื้อในมนุษย์จึงเกิดขึ้นได้ยาก และเกิดจากการแพร่กระจายโดยบังเอิญจากการสัมผัสระหว่างมนุษย์กับค้างคาว ซึ่งหมายถึงการบริโภคผลไม้ที่อาจปนเปื้อนเชื้อจากค้างคาว
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้ไวรัสชนิดนี้อยู่ในกลุ่มเชื้ออันตรายอันดับต้นๆ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยังไม่มียารักษาเฉพาะทางที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการรักษาทำได้เพียงการประคับประคองตามอาการของผู้ป่วยเท่านั้น
เชื้อไวรัสนิปาห์มักมีระยะฟักตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ถึง 14 วัน แต่อาจนานได้ถึง 45 วันในบางกรณี ซึ่งส่งผลให้การตรวจคัดกรองในระยะเริ่มต้นเป็นไปได้ยาก
อาการของผู้ป่วยนั้น มักจะเริ่มจากการมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ มีอาการไอ และเจ็บคอ แต่ในกรณีที่มีอาการรุนแรง เชื้อจะเข้าทำลายระบบประสาทจนเกิดภาวะสมองอักเสบเฉียบพลัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการมึนงง สับสน และอาจทรุดหนักจนเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ภายในเวลาเพียง 24 ถึง 48 ชั่วโมง ไวรัสชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย โดยสถิติที่ผ่านมามี อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% - 75% (สูงกว่าโควิด-19 หลายเท่า) หากเข้าสู่ภาวะสมองอักเสบโอกาสรอดจะน้อยลงมาก
การลดความเสี่ยงและการป้องกันของการติดเชื้อในคน
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีน วิธีเดียวที่จะลดหรือป้องกันการติดเชื้อได้คือ
การลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อจากค้างคาวสู่คน
ลดการเข้าถึงน้ำหวานจากต้นอินทผลัมและผลิตภัณฑ์อาหารสดอื่นๆ ของค้างคาวเป็นอันดับแรก ป้องกันไม่ให้ค้างคาวเข้าใกล้บริเวณเก็บน้ำหวานด้วยวัสดุป้องกัน (เช่น กระโปรงไม้ไผ่สำหรับเก็บน้ำหวาน) อาจช่วยได้ น้ำหวานจากต้นอินทผลัมที่เก็บมาใหม่ๆ ควรนำไปต้ม และควรล้างและปอกเปลือกผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน ผลไม้ที่มีร่องรอยการกัดของค้างคาวควรทิ้งไป
การลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน
ควรสวมถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ขณะจัดการกับสัตว์ป่วยหรือเนื้อเยื่อของสัตว์ป่วย และในระหว่างขั้นตอนการฆ่าและการกำจัดสัตว์ที่ติดเชื้อ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสุกรที่ติดเชื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในพื้นที่ที่มีการระบาด เมื่อจัดตั้งฟาร์มสุกรใหม่ ควรพิจารณาถึงการมีอยู่ของค้างคาวผลไม้ในพื้นที่ และโดยทั่วไปแล้ว ควรป้องกันอาหารสุกรและโรงเรือนสุกรจากค้างคาวเมื่อทำได้
การลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อจากคนสู่คน
หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดโดยไม่ป้องกันกับผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ควรล้างมือเป็นประจำหลังดูแลหรือเยี่ยมผู้ป่วย
ทั้งนี้ ไวรัสนิปาห์มีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้คนหลายสิบรายในรัฐเกรละ นับตั้งแต่ปรากฏครั้งแรกในรัฐทางตอนใต้แห่งนี้ในปี 2018
นักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าเชื้อไวรัสนิปาห์อาจมีอยู่ร่วมกับค้างคาวผลไม้มานานนับพันปีแล้ว และเกรงว่าสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายมากจะเกิดขึ้นจากค้างคาว โรคติดต่อร้ายแรงเหล่านี้สามารถแพร่กระจายผ่านสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ และเลือดได้เช่นกัน
สำหรับการระบาดที่เมืองบาราซัต รัฐเวสต์เบงกอล ในเดือนมกราคม 2026 นี้ ถือเป็นการกลับมาระบาดครั้งสำคัญในพื้นที่ในรอบ 19 ปี โดยหากพิจารณาตามไทม์ไลน์จะพบว่าพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอลไม่เคยพบการระบาดมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 2007 ที่เขตนาเดีย และก่อนหน้านั้นในปี 2001 ที่เมืองศิลิกูรี ซึ่งแม้ว่าในภาพรวมของประเทศอินเดียจะมีการระบาดเกิดขึ้นเกือบทุกปีในระยะหลัง โดยเฉพาะในรัฐเกรละทางตอนใต้ทั้งในปี 2018, 2019, 2021, 2023, 2024 และล่าสุดเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา แต่การกลับมาปรากฏของเชื้อในเวสต์เบงกอลครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ทิ้งช่วงไปนานเกือบ 2 ทศวรรษและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
อ้างอิง เพจเฟซบุ๊ก ที' ลมฟ้าอากาศ
อ้างอิง : www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/nipah-virus
อ้างอิง : https://www.independent.co.uk/.../india-nipah-virus...
อ้างอิง : https://www.financialexpress.com/.../india-races.../4116622
อ้างอิง : https://www.express.co.uk/.../health-deadly-contagion-virus
อ้างอิง ไวรัสนิปาห์ ร้ายแรงกว่าโควิด19 : https://www.ibtimes.co.uk/nipah-virus-less-contagious...
