โดย Göransson กล่าวว่า “ผมกับ Ryan พูดถึงความสำคัญของการเดินทางในครั้งนี้ที่ผู้ชมจะได้สัมผัสถึงความสมจริงของซาวน์และเสียงร้อง เราอยากให้มันเป็นเพลงที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวในภาพยนตร์ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับเพลงประกอบในครั้งนี้ เราต้องการให้ผู้ชมได้สัมผัสตั้งแต่ความเศร้าโศกไปสู่การเฉลิมฉลอง เมื่อคุณฟังเพลงประกอบ คุณจะหลับตาและหวนคิดถึงประสบการณ์ในภาพยนตร์ได้นั่นคือความตั้งใจของพวกเรา”
The Black Panther: Wakanda Forever ถือว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอยมากที่สุด นำแสดงโดย Angela Bassett รับบท Queen Ramonda, Letitia Wright รับบท Shuri, Winston Duke รับบท M’Baku และ Danai Gurira รับบท Okoye ต้องเข้าร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศของพวกเขาจากการแทรกแซงทางอำนาจหลังการสวรรคตของกษัตริย์ทีชัลล่าในระหว่างที่ชาววาคานด้าพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะก้าวต่อไป เหล่าฮีโร่จึงต้องร่วมมือกัน
ด้วยความช่วยเหลือของ War Dog Nakia รับบทโดย Lupita Nyong’o และ Everett Ross รับบทโดย Martin Freeman ในการสร้างเส้นทางใหม่ให้กับวานคานด้า ได้ผู้กำกับมือดีอย่าง Ryan Coogler และโปรดิวเซอร์อย่าง Kevin Fiege และ Nate Moore เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปรับชมพร้อมกันได้ในโรงภาพยนตร์วันที่ 9 พฤศจิกายน 2022
และในส่วนอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี The Black Panther: Wakanda Forever ได้โปรดิวเซอร์มือทองอย่าง Ryan Coogler, Ludwig Göransson, Archie Davis และ Dave Jordan มาร่วมโปรดิวซ์และบันทึกเสียงเพลงทั้งหมดใน 5 เมืองทั่วโลกอย่าง Lagos, Nigeria, Mexico City, London และ Los Angeles โดยมีเพลงหลักอย่าง "Lift Me Up" ของ Rihanna ซิงเกิลคัมแบ็คของซูเปอร์สตาร์ นักธุรกิจในรอบ 6 ปี พร้อมศิลปินชั้นนำรวมมากกว่า 40 สัญชาติอาทิ Burna Boy, Tems, Fireboy DML, Snow Tha Product, E-40, OG DAYV, Future และอีกมากมาย
Ludwig Göransson โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงเจ้าของ 2 รางวัล Emmys 2 รางวัล Grammys และรางวัล Oscars ในสาขา Best Original Score จากภาพยนตร์ภาคแรก ของ Black Panther และยังเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินระดับโลกอาทิ Childish Gambino, Adele, Haim Justin Timberlake และอีกมากมาย กลับรับหน้าที่แต่งและโปรดิวซ์ทั้งอัลบั้มเพลงบรรเลง และอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ The Black Panther: Wakanda Forever อีกด้วย