ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สอง (อายุ 871-891 ปี) คือต้นที่แตกหน่อจากต้นเดิม หลังพระเจ้าอโศกทรงรับสั่งให้นำนมวัว 100 หม้อไปรดที่รากต้นโพธิ์ และนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น (เหมือนการกราบของพระทิเบต) โดยมีพระราชปรารภว่า ถ้าต้นโพธิ์ไม่แตกหน่อจะไม่ทรงลุกขึ้นเด็ดขาด หลังต้นโพธิ์แตกหน่อ ก็ได้มีการนำเมล็ดและกิ่งไปทำพันธุ์และปลูกกันอย่างกว้างขวาง ต่อมาต้นโพธิ์ก็ถูกทำลายอีกครั้ง โดยกษัตริย์สาสังกะแห่งแคว้นเบงกอลที่นับถือฮินดู เพราะไม่พอใจที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในแถบนี้
ต้นโพธิ์ที่ถูกตัด ขุดราก ใช้ฟางอ้อยสุม น้ำมันราด จุดไฟเผาได้แตกหน่อขึ้นอีกครั้งเป็น ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สาม (อายุ 1,258 – 1,278 ปี) หลังจากพระเจ้าปรณวรมา (กษัตริย์ชาวพุทธแคว้นมคธองค์สุดท้าย เชื้อสายของพระเจ้าอโศก) ให้ชาวบ้านรีดนมวัว 1,000 ตัว รดที่บริเวณต้นโพธิ์ แล้วทรงนอนคว่ำหน้าเช่นเดียวกับที่พระเจ้าอโศกทรงทำเมื่อกาลก่อน
สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงพัดผ่านมาที่ต้นโพธิ์อีกครั้ง เมื่อกษัตริย์มุสลิมเข้ารุกทำลายพื้นที่โดยรอบจนราบคาบ แม้ต้นโพธิ์จะไม่ถูกทำลาย แต่พื้นที่อันรกร้างและไร้การดูแล โพธิ์ที่อายุราวพันกว่าปีก็ถึงคราวล้มครืน
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สี่ (พ.ศ.2423 – ปัจจุบัน) ที่ยืนต้นอยู่ที่พุทธคยาวันนี้ คือหน่อที่แตกขึ้นมาจากต้นเดิม เซอร์คันนิ่งแฮม (Sir Alexander Cunningham) ผู้บัญชาการผู้สำรวจและวิศวกรในกองทัพอังกฤษที่สนใจด้านโบราณคดี ได้ขุดหน่อมาปลูก โดยปลูกห่างจากพื้นที่เดิมบริเวณชายฝั่งแม่น้ำเนรัญชราราว 100 เมตร
นี่คือเรื่องราวของต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่มีการบันทึกไว้ และเป็นหลักฐานว่าต้นไม้ต้นนี้มีอยู่จริง ( ขอบคุณข้อมูลจาก common ) สรุปคร่าวๆ #ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ผ่านกาลเวลามาเป็นหลายพันปีได้ เพราะ #ศรัทธา จาก #ความจริง ที่พระพุทธเจ้าค้นพบ... ความ #ศรัทธา ของผมที่ตั้งใจค้นหา #ความจริง (ธรรม) ในครั้งนี้ เพราะ ผมเห็นและได้รับ #ความรักและความเมตา ของพระพุทธองค์