หายจากวงการเพลงไปนานมาก 5 ปี แต่ดูโตขึ้น ฟิล์ม ดูนิ่งขึ้นเกี่ยวไหมเพราะว่าเราเจออะไรมาเยอะในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
ฟิล์ม รัฐภูมิ : จริงๆอาจจะเกี่ยวเพราะโตตามวัยด้วย แล้วบอกกับว่าประสบการณ์ต่างๆหนาแน่นขึ้นตามวัย
ช่วงที่มีข่าวเยอะๆตอนนั้น เหมือนกับสูงสุดคืนสู่สามัญเลย เพราะต้องบอกว่าตอนนั้น ฟิล์ม เป็นหนึ่งในตัวท็อปเลยนะ รับมือยังไงบ้างในเหตุการณ์ครั้งนั้น
ฟิล์ม รัฐภูมิ : สำหรับผมไม่ได้ผ่านอะไรมาก และยากเลยเพราะทางคุณพ่อ คุณแม่ ครอบครัว ผู้มีพระคุณหรือว่าเฮียฮ้อ เขาก็สอนให้เราเป็นคนธรรมดาอยู่แล้ว ไม่เคยที่จะไปหลงระเริงอะไรเลย แล้วอยู่วันหนึ่งเราไม่มีงานทำเลย เพราะผมถูกต้นสังกัดบอกให้ต้นสังกัดของผมไม่ให้งาน 2 ปี พอกลับมาเป็นคนปกติไม่มีงานทำสองปี คิดถึงแฟนๆเท่านั้นเองเพราะเคยเจอทุกวัน ร้องเพลงทุกวันเพราะเช้าละคร เย็นคอนเสิร์ตเป็นแบบนี้เกือบ 10 ปี แต่พอมาเป็นแบบนี้เราคิดถึงเขามากกว่า แต่มันก็ทำให้เราได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง ทำให้เราค้นพบอะไรบางอย่างว่าเราทำแบบนี้ก็ได้ ช่วงที่ผมหายไปตอนนั้นก็ไปอยู่ต่างประเทศส่วนใหญ่ ที่ไปตอนนั้นด้วยความที่ผมไปบวชมาแล้วไม่มีผม แล้วถูกพักงานด้วย จะไปแอบรับงานก็ไม่ดี
เฮียฮ้อ เลยบอกว่า ฟิล์ม ไปต่างประเทศไหมไปเรียนไหม เราก็โอเค เพราะเป็นอีกหนึ่งความฝันของเราด้วยที่เราอยากไปอยู่ต่างประเทศอยู่แล้ว เลยได้ไปอยู่พอไปอยู่แล้วก็คำนวณว่าเราจะอยู่กันยังไงเพราะสองปีผมเอาแม่ไปด้วยเพราะ แม่ กับ ผมอยู่ด้วยกันตลอด เพราะปกติที่ผ่านมาผมจะเป็นเสาหลักของครอบครัว แล้วสองปีไม่มีเงินที่เราหามาได้เราต้องใช้เงินเก่าบวกกับเราต้องไปอยู่ เราเลยต้องจัดการเรื่องเงินให้ดี ตอนนั้นก็ไปสมัครเป็นคนล้างจานในร้านอาหารไทยครับ คือ หกเดือนแรกผมล้างจานอย่างเดียวเพราะว่ายังพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง จำเมนูไม่ได้
แต่พอเราได้ใช้เวลาเรียนรู้เราก็ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นพนักงานบริการ ตอนนั้นคนที่เห็นเราก็เริ่มตกใจ ร้านก็ขายดีมากขึ้นแฟนๆจะคิดถึงเรา มาหาเราแล้วก็ถ่ายรูป ทำให้เราได้เรียนรู้ว่ามันเป็นแบบนี้ เงินมันหายากมากเลยนะ คือ เมื่อก่อนตอนเป็นศิลปินไปยืนไม่นานก็ได้เป็นแสนๆแล้ว เราก็รู้สึกว่าต้องทำธุรกิจต่อยอดเราต้องทำนั้นทำนี่ต่อยอดนะ แล้วถ้ามันเกิดวิกฤตแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคตผมจะได้ไม่ต้องไปกลัวอะไรที่คนข้างหลังจะลำบาก เพราะผมดันวางแผนชีวิตที่ผิดไปตอนแรกตอนที่เราเข้าวงการใหม่ให้ครอบครัวเราหยุดงานเดี๋ยวเลี้ยงเอง เพราะทั้งชีวิตที่เราเกิดมา เราเห็นแต่น้ำตาของพวกเขาเพราะไม่มีเงิน ทำให้เรารู้สึกว่าเราเห็นพวกเขาลำบากมาทั้งชีวิตแล้ว พอเราทำงานแล้วมีเงินเราเลยบอกให้ทุกคนหยุดไม่ต้องทำอะไรแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ เขาแก่ เขาเบื่อ เพราะไม่ได้ทำอะไร แต่พอเราเจอช่วงวิกฤตในชีวิตเราแทบประคองพวกเขาแทบไม่ไหว เมื่อผ่านตอนนั้นมาได้ ผมเลยเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตอนนี้ก็ให้เขาปลูกผัก หากิจกรรมทำกัน