คิดถึงบรรยากาศยามค่ำคืน- ชีวิตไม่เคยหยุดยาวขนาดนี้
พชรพล หรือ เพชร บอกกับเราว่า ชีวิตนักดนตรี ที่มีงานกลางคืนเป็นฐานรายได้ประจำ ชินอยู่กับการเดินสาย เพื่อแสดงดนตรีตามร้าน เมื่อต้องมาอยู่ในสภาพของการเล่นดนตรีในแบบเวิร์คฟอร์มโฮม มันคือความต่างในตัวกิจกรรม และก็ทำให้คิดถึงบรรยากาศ กับการที่ได้แสดงในแบบเต็มวง คิดถึงการได้พูดคุยอยู่บนเวที กับแขกที่เข้ามาในร้าน เพื่อขอเพลง ( เอ็นเตอร์เทนแขก) , การแสดงคอนเสริต์ , อีเว้นท์ต่างๆ คิดถึงเพื่อนๆร่วมวง นี่คือสิ่งที่ชีวิตต้องห่างไป นับจาก 17 มีนาคม ที่สถานบันเทิงปิดตัวลง
"ชีวิตการเป็นนักดนตรี ผมไม่เคยหยุดนานขนาดนี้ จะหยุดก็ต่อเมื่อตรงกับวันพระใหญ่เท่านั้น นักดนตรีในแต่ละวันที่ออกไปเล่นคือรายได้ ที่นำมาสู่ตนเองและครอบครัว กับเพื่อนนักดนตรีด้วยกันชีวิต เป็นอย่างไรบ้าง บางคนก็หนักเมื่อไม่มีรายได้จากการแสดง ก็ตัดสินใจ ขายมอเตอร์ไซค์ ผมก็ได้แต่เป็นห่วง เพราะชีวิตอย่างพวกเรานักดนตรี มอเตอร์ไซค์มันคือเครื่องมือ ที่จะพาเราออกไปทำงาน หากไม่มีจะไปไหนมาไหน มันก็ลำบาก"
ชีวิตที่(กำลัง)ไม่เหมือนเดิม
ผ่านเข้าสู่ 78 วัน กับเวิร์คฟอร์มโฮม สิ่งที่ เพชร ให้มุมมองกับ เราก็คือ ความสุ่มเสี่ยง สำหรับชีวิตคนกลางคืน ที่จากนี้ไปอาจจะพบกับบรรยากาศที่ไม่เหมือนเดิม ด้วยปัจจัยที่ว่า ในตัวสถานบริการเอง ที่อาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ จากเดิมที่เคยจ้างวงดนตรี หันไปใช้การเปิดเครื่องเสียงแทน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ,จำนวนคนที่เข้าไปใช้บริการสถานบันเทิง ที่อาจจะลดลง ด้วยข้อจำกัดของฐานะทางการเงิน ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีผลมาถึงอาชีพนักดนตรีอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะรูปแบบการทำงาน คือ การรับงานในแบบเจรจากันด้วยความพอใจ ระหว่าง 2 ฝ่าย ไม่ได้เซ็นสัญญาในแบบผูกมัด ดังนั้นประเด็นนี้ก็น่าจะเป็นความเสี่ยง ที่คนกลางคืนอย่างอาชีพนักดนตรี ที่ต้องพร้อมรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
" เสียงเพลงมันคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเรามีความสุข เพลงไม่หายไปไหน เพียงแต่จากนี้ไปในมุมของผม การทำงานในอาชีพนี้ จะไม่ง่ายอีกต่อไปแล้ว การใช้จ่ายจากนี้ไป เมื่อมีรายได้เข้ามาต้องถี่ถ้วน อาชีพนักดนตรีผ่านเข้าสู่ปีนี้ และนับจากนี้ไป ผมว่าน่าจะเป็นอาชีพ ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด" พชรพล วงศ์สุธัญวัฒน์ (เพชรบ้า) นักดนตรี ที่คอฟเวอร์เพลงในยุค 90 : ในชื่อ "เพชรบ้า 90's ระบุ
นัทธพงศ์ รอดโต เจ้าของบัญชีผู้ใช้งานบนเฟซบุ๊ค " ต๊อก พายโอห์ม" ซึ่งเป็นสาวกของดนตรีในยุค 90 ให้ทัศนะกับ " เนชั่น ทีวี" ว่า เวิร์คฟอร์มโฮม ของ"เพชรบ้า 90's คือการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่สามารถทำให้ตัวเอง สามารถมีกิจกรรมร่วมกับแฟนเพลงเฉพาะกลุ่มได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขของผู้ที่ติดตามอยู่บนยูทูป มากกว่า 50,000 คน นั่นแสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบในบุคลิกของนักดนตรี และความประทับใจ ที่มีต่อการนำเสนอผลงาน
" ในมุมของผม ผมเชื่อว่าแนวเพลงในยุค 90 มันขายได้ มันมีเสน่ห์ มีความร่วมสมัย ดังนั้นเมื่อ เพชร นำเอาเพลงเหล่านี้ มาถ่ายทอดในแบบของเขา มันจึงทำให้เขาเข้าถึงกลุ่มคนฟังที่เป็นขาประจำ และในมุมของผมเอง การที่นักดนตรีคนหนึ่ง มีความสุขกับการได้ถ่ายทอดบทเพลง ได้ยาวนานกว่า 70 วัน เท่ากับว่า เขามีพลังกับการทำงานอย่างแท้จริง ไม่ได้หายไป พร้อมกับสถานการณ์ที่เป็นเงื่อนไนต่อการประกอบอาชีพ ก็ขอร่วมเป็นกำลังใจครับ" " ต๊อก พายโอห์ม ระบุ