ด้วยความชื่นชมในบทประพันธ์อย่างเรื่องเพระพระอุมา และเล็บครุฑ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงคุยกันถูกคอ ซึ่งตั้งแต่นั้นมา บิณฑ์ ก็เข้ามาเยี่ยมและพูดคุยกับ "พนมเทียน" ที่บ้านอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะวันครอบรอบวันคล้ายวันเกิดของพนมเทียน วันที่ 23 พฤศจิกายน จะต้องเห็นบิณฑ์ มาร่วมอวยพรทุกปีเช่นเดียวกัน
สำหรับสิ่งที่ประทับใจที่สุด พระเอกชื่อดังบอกว่า เป็นเรื่องของการสั่งสอนมากกว่า โดยพ่อพนมเทียนจะสอนเกี่ยวกับเรื่องปืนและให้ความรู้เกี่ยวกับการเขียนบทภาพยนตร์ และบทละคร สิ่งหนึ่งที่จำได้ดี คือการแนะช่วงการเขียนที่ดีที่สุด คือเป็นเวลากลางคืน เพราะหัวสมองจะไบร์ทและไหลลื่นมาก เป็นช่วงที่เงียบไม่อึกทึกหรือมีสิ่งรบกวนเหมือนกลางวัน
ยังมีสิ่งที่ทำให้บิณฑ์ปลื้มใจมาก ก็คือคำชื่นชมจากพ่อพนมเทียน ที่เห็นเขาช่วยเหลือสังคมมาตลอด และยังบอกว่าให้บิณฑ์ทำอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดไป
บิณฑ์ เล่าต่อว่า ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา เขายังก็ได้ไปเยี่ยมพ่อพนมเทียนที่บ้าน และเมื่อ 2-3 วันนี้ ยังได้ไปเยี่ยมอาการป่วยที่โรงพยาบาล ซึ่งได้พูดคุยกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะการนำเรื่อง "เพชรพระอุมา"ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยตัวเขาเอง
ซึ่งพนมเทียนถามบิณฑ์ว่า"จะทำแน่มั้ย เพชรพระอุมาน่ะ"
เจ้าตัวตอบกลับไปว่า"ผมทำแน่ถ้าได้ทุนเยอะๆ เป็นร้อยล้าน ผมทำจริงๆนะพ่อ "
บิณฑ์ ยังแซวต่อด้วยอารมณ์ขันอีกว่า "ถ้าค่าลิขสิทธิ์ไม่แพง ผมทำแน่ครับ"
ด้าน พนมเทียนได้สอนต่อว่า "ถ้าทำได้จริง ก็ทำให้ดีๆนะ"
ประโยคนี้ เสมือนเป็นความห่วงใยที่นักเขียนชื่อดังได้ทิ้งท้ายถึงผลงานที่เขารัก กับคนที่จะฝากไปให้ดูแลต่อ