เหตุผลที่เลือกเซอร์ไพรส์ที่ยิม
"ตอนแรกก็งงนะคะ เพราะว่าจริงๆเราตั้งใจว่าเราจะไปทานข้าวกันต่อบนเรือ ซึ่งก็โรแมนติกกว่ามา แต่ว่าเขาก็เลือกที่จะมาขอที่ยิม เหมือนเขาบอกว่ามันเป็นสถานที่ที่เราได้ใช้เวลาร่วมกัน ได้มีความสุขด้วยกัน เพราะเวลาเรามาออกกำลังกายด้วยกัน ก้อยจะพูดอยู่เสมอว่าที่นี่เป็นที่ที่ก้อยมีความสุข บางทีเราเครียดจากข้างนอกมา หรือเราไปเจออะไรมากก็ตาม พออยู่ที่นี่ อยู่ในโมเมนต์ที่เราได้ออกกำลังกาย มันเหมือนกับเราได้ใช้เวลาร่วมกัน อยู่กันแค่ 2 คน"
จริงๆ เราวาดโมเมนต์ไว้บนเรือมากกว่าใช่ไหม
"ไม่มีวาดๆ แค่ถามเขาไง ว่าจริงๆแล้วเดี๋ยวเราก็จะไปตรงนั้นกันต่อนะ ทำไม เรื่องว่าจะได้ไม่ซ้ำกับคนอื่น ก้อยว่าพี่ตูนเขาไม่ได้คิดตรงนั้นเลยค่ะ ว่าใครซ้ำยังไง เขาคงอยากจะทำให้มันง่ายที่สุด แล้วก็ธรรมดาที่สุด"
กลายเป็นไวรัล คนทำตามกันเต็มไปหมดเลย
"อันนั้นน่ารักมากเลย เราก็ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจ แล้วก็มาแพลงก์ตาม ก้อยว่ามันก็ดีนะทำให้สาวๆ ลุกมาออกกำลังกายกันมากขึ้น"
มีผู้หญิงแพลงก์รอแฟนขอแต่งงานกันเยอะมาก
"น่ารัก ก็ขอบคุณทุกคน สำหรับทั้งกำลังใจ แล้วก็ทุกๆข้อความ ทุกๆ ภาพ ที่ส่งให้เราเห็น"
ได้ถามตูนไหม ว่าวันนั้นได้เตี๊ยมกับคุณพ่อคุณแม่เราอย่างไรบ้าง
"คุณพ่อคุณแม่ก็ยังไม่รู้เลยค่ะ ไม่มีใครรู้เลย แต่เร็วๆ นี้ก็จะมีการเข้าไปขอคุณพ่อคุณแม่อย่างเป็นทางการค่ะ อันนี้ก็เหมือนมาบอกเราก่อน"
แหวนที่ให้เราเป็นแหวนสั่งทำพิเศษด้วย
"ก็ไม่รู้เลยค่ะ คือก้อยไม่ได้ถามเรื่องแหวน เรื่องอะไรใดๆ เลย ก็ถือว่ามันเป็นโมเมนต์ที่พิเศษสำหรับเรา เราก็ไม่ได้ไปโฟกัสตรงนั้น"
ได้กำหนดวันแต่งงานหรือยัง
"จริงๆ มีฤกษ์แล้ว แต่ว่าเดี๋ยวรอดูสถานการณ์อีกนิดหนึ่ง แต่ภายในปีนี้ค่ะ จะเป็นช่วงไหนรอดูสถานการณ์อีกที ถ้าเกิดว่ามันโอเคขึ้น ก็อาจจะไม่นานนี้ เดี๋ยวค่อยบอกทีเดียวดีกว่า ไม่อยากบอกไปแล้วต้องมาเลื่อนทีหลัง"
แสดงว่าไปดูฤกษ์กันก่อนที่จะมีการขอแต่งงานแล้ว
"เป็นทางฝั่งพี่ตูนค่ะ หลังจากที่ขอแต่งงาน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากค่ะ"
ตอนนี้เริ่มมีการเตรียมงานไว้บ้างหรือยัง
"สารภาพว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย (หัวเราะ) ยังไม่ได้เตรียมชุด เตรียมอะไรใดๆ เลย เพราะว่าพี่ตูนก็อยู่ต่างประเทศ เดี๋ยวรอกลับมาคุยกันอีกที"
งานแต่งงานในฝันจะเป็นรูปแบบไหน
"ก้อยก็ไม่ได้มีภาพโมเมนต์ในฝัน แต่ว่าก้อยแค่อยากจะให้มันเป็นงานที่ทุกคนมาแล้วมีความสุข แล้วก็ให้ทุกคนได้รับรู้ถึงการเดินทางของเราตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ก้อยว่าทุกๆ คนก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่ง เหมือนเป็นครอบครัว เป็นญาติ เป็นพี่น้อง เพราะว่าทุกคนก็เห็นก้อยกับพี่ตูนมาตลอด แล้วก็เอาใจช่วยทุกคนมาตลอด ก็อยากจะให้เป็นโมเมนต์ที่มีความสุข"
จะเตรียมงานทันใช่ไหม
"นั่นนะสิ ก้อยก็ยังไม่แน่ใจค่ะ เรื่องทันไม่ทัน แต่ว่าก็พยายามไม่อยากไปกดดัน อยากทำอะไรที่มันง่ายๆ ให้คนมาแล้วมีความสุข แล้วเราก็มีความสุขด้วย"
เตรียมพร้อมกับสเต็ปใหม่ของชีวิตอย่างไรบ้าง
"เอ่อ ... เตรียมพร้อมยังไงเหรอค่ะ ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย (หัวเราะ) ก้อยคิดอย่างเดียว ว่าอยากจะตื่นมาตอนเช้าแล้วก็ทำกับข้าวให้เขาทาน มันเป็นสิ่งที่เขาเคยขอเรามาตลอด ว่าอยากเห็นเราไปเรียนทำอาหาร คือเวลาไปทานอะไรอร่อยๆ ด้วยกัน เขาจะพูดว่าหนูไปเรียนสิๆ เราไม่เคยรู้ว่าแบบทำไมต้องให้ไปเรียนทำอาหารด้วย จนถึงวันหนึ่ง เราก็รู้สึกว่าถ้าเกิดเราได้ใช้ชีวิตด้วยกัน เราตื่นมาทำอาหารให้เขาก่อนไปทำงาน มันคงจะดี ตอนนี้ก็เริ่มคิดจะไปเรียนแล้ว อาจจะลองหาจากยูทูป ทำอะไรง่ายๆ ก่อน ก็จะพยายามให้ดีที่สุดนะคะ (หัวเราะ)"
แสดงว่าตูนมีขอหลายเมนูเหมือนกัน
"เขาก็ไม่ได้ขออะไรมาก แต่ก้อยว่ามันก็คงต้องมีการปรับตัวแหละ การใช้ชีวิตคู่ เราก็ต้องเรียนรู้ ต่อไปมันก็อาจจะไม่ใช่แค่เราสองคน อาจจะมีน้อง การใช้ชีวิตครอบครัวมันก็จะต่างจากการเป็นแฟน"
หลังจากตูนขอแต่งงาน เวลาไปไหนมาไหน คนรอบข้างว่าอย่างไรบ้าง
"หลายคนบอกว่าดีใจเหมือนโดนพี่ตูนขอเอง เราก็แบบ ใช่ไหมพี่ (หัวเราะ) คือเหมือนเป็นโมเมนต์ที่ทุกคนมีความสุขตามไปด้วย ก้อยก็ดีใจ"
ตอนนี้ตูนไปทำอะไรต่างประเทศ
"พาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวค่ะ ไปดูบอล แต่บอลแพ้ (หัวเราะ)"
ตูนเป็นผู้ชายในอุดมคติเราเลยไหม
"โห .... คำว่าอุดมคติ ตอนเด็กๆ มันเป็นอะไรที่คิดไว้นะ แต่พอเล็กสัก 30 เราจะไม่ได้มีภาพอะไรแบบนั้นแล้ว เราขอแค่คนที่ใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน แล้วก็เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะให้อภัยซึ่งกันและกัน แค่นั้นก้อยว่ามันก็ดีที่สุดแล้ว"