5 เม.ย.2549 : วงการบันเทิงสูญเสีย "ดีเจโจ้ อัครพล"
05 เม.ย. 2562

ช่วงขณะที่การงานของ "ดีเจโจ้ อัครพล" กำลังรุ่งโรจน์ คนไทยก็เริ่มได้ยินข่าวคราวอาการป่วยมะเร็งของเขา และต่างพากันสืบหาข้อมูล ถึงขนาดลือกันมาตั้งแต่ปลายปี 2548
บันเทิง
05 เม.ย. 2562

ช่วงขณะที่การงานของ "ดีเจโจ้ อัครพล" กำลังรุ่งโรจน์ คนไทยก็เริ่มได้ยินข่าวคราวอาการป่วยมะเร็งของเขา และต่างพากันสืบหาข้อมูล ถึงขนาดลือกันมาตั้งแต่ปลายปี 2548
อีกหนึ่งดาวที่ลาลับก่อนวัยอันควร ดีเจโจ้ อัครพล ธนะวิทวิลาศ ผู้ที่คนไทยชื่นชอบกับความขี้เล่น ช่างพูด และอารมณ์ดีวเว่อร์ของดีเจยิ้มกว้างคนนี้
โชคชะตา หรืออะไรก็ตาม ได้นำพาเขามาจนถึงอายุ 35 ปี และต้องมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อวันนี้ของ 13 ปีก่อน จากโรคมะเร็งตับ
วันนี้ในอดีตขอนำเรื่องราวของเขามาเล่าสู่กันเพื่อเป็นการรำลึกดาวดวงนี้อีกครั้ง
โจ้ อัครพล ธนะวิทวิลาศ เกิดวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 เป็นชาวเชียงใหม่ วัยรุ่นไทยยุค 90 รู้จักเขากันดีในฐานะดีเจชื่อดังของค่ายเอไทม์มีเดีย และเป็นพิธีกรอารมณ์ดี ที่มีความครบเครื่อง และลูกเล่นแพรวพราว
ในวัยเด็ก โจ้จบประถมศึกษา โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ มัธยมศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ช่วงที่เรียนในรั้วมหาลัย โจ้ฉายแววความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มเปี่ยม โดยจัดรายการวิทยุในมหาวิทยาลัย จากนั้นก้าวไปสู่การเป็นผู้จัดรายการในคลื่นวิทยุของจังหวัดเชียงใหม่
คนไทยคงพอนึกออกถึงสไตล์ของเขา จึงไม่น่าแปลกใจที่รายการของเขาเป็นที่ชื่นชอบและโด่งดังเป็นอย่างมากเวลานั้น ไม่ว่าศิลปินคนไหนจะไปโปรโมทผลงานที่เชียงใหม่ ก็ต้องไปที่ช่องของ "อัครพล" เท่านั้น
ที่สุด ราวปี 2539 เขาก็แจ้งเกิดจากการเป็นดีเจให้ค่ายเอไทม์มีเดีย และเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะหนึ่งดีเจปากเก่งแห่งช่วง "สามแยกปากหวาน" ของคลื่นฮอตเวฟ 91.5 ซึ่งฺฮอตฮิตหนักมากยุคนั้น
จนกระทั่งได้มาทำงานเป็นพิธีกรรายการทีวี โดยดีเจ.โจ้เป็นดีเจอยู่คลื่นฮอตเวฟและอีเอฟเอ็ม 93.5 นอกจากนี้ยัง เป็นพิธีกรให้รายการอันซีนทีวี ทางช่อง 3, รายการไฟว์ไลฟ์, เกมวัดดวง และรายการคอซองเกม ทางช่อง 5
ช่วงขณะที่การงานของเขากำลังรุ่งโรจน์ คนไทยก็เริ่มได้ยินข่าวคราวอาการป่วยมะเร็งของเขา และต่างพากันสืบหาข้อมูล ถึงขนาดลือกันมาตั้งแต่ปลายปี 2548 ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่หกเดือนเนื่องจากเป็นเนื้อร้ายในตับ
จนกระทั่ง คนไทยช้อคสุดขีด เมื่อเจ้าตัว "โจ้แหนม-อัครพล ธนะวิทวิลาศ" ออกมาแถลงข่าวพร้อมกับเพื่อนซี้รุ่นพี่ "ไก่ สมพล ปิยะพงศิริ" และ "เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล" บอสใหญ่แห่งค่ายเอไทม์มีเดีย
วันนั้นเขาเล่าว่า ตนเองได้ไปตรวจสุขภาพช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพราะว่าท้องเสีย และปวดท้องอย่างรุนแรงมาก ซึ่งที่สุดตรวจแล้วหมอบอกว่าพบเนื้อร้ายในตับ วันนั้นเขายังยืนยันว่าตนเองยังโอเค และอยากทำงานต่อไป
ขอบคุณภาพจาก https://mgronline.com/entertainment/detail/9490000010893
"ขอขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและส่งกำลังใจมาให้กันอย่างล้นหลาม ขอบคุณสื่อมวลชน แฟนรายการวิทยุ ที่คอยเป็นห่วงตลอด ส่วนใหญ่เป็นกำลังใจให้ผมดีมากๆ สำคัญเลยคือต้องขอขอบคุณพี่ฉอดด้วยที่เป็นห่วง ห้ามไม่ให้ทำงาน จริงๆ อยากกลับไปจัดรายการวิทยุ แต่ตอนนี้ขอมาเริ่มที่เกมวัดดวงก่อนแล้วกัน เพราะว่ามันเป็นอะไรที่เบาๆอยู่ ไม่เหนื่อยมาก"
ภาพข่าวในวันนั้น คนไทยอาจจำได้ว่าเขาผอมซูบมาก แต่ก็ยังกำลังใจดี บอกว่ารู้สึกปกติและไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต
"น้ำหนักไม่ได้ลดลงครับ น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าพักผ่อนมากขึ้น ทานมากขึ้น อยากกลับไปจัดรายการวิทยุครับ แต่ผมก็รู้สึกปกตินะ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนป่วย รู้สึกดีมากที่มีคนให้กำลังใจ ถามถึงอาการมามากมาย ผมเชื่อว่าทุกกำลังใจที่ส่งให้มาจะทำให้อาการของผมดีขึ้นนะ ขอบคุณมากๆ"
ทั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้เปิดเผยว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้อร้ายนั้นเป็นเพราะอะไร บอกเพียงแค่เป็นเรื่งอของสุขภาพ "ผมว่ามันเป็นเรื่องของสุขภาพนะ เราต้องหันมาดูแลตัวเองตรวจสุขภาพบ้าง"
แต่แล้วหลังแถลงข่าวเพียงสองเดือนเศษ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2549 เวลา 22.45 น. ดีเจโจ้ก็จากพวกเราไปเร็วกว่าที่ใครจะคาดคิด ที่โรงพยาบาลรามคำแหง
คนไทยต่างพากันโศกเศร้าอาลัย แต่ไมเท่าครอบครัวของดีเจโจ้ โดยเฉพาะแฟนสาว "จุ๊บ" คงจำกันได้ว่าข่าวคราวตอนนั้น เกี่ยวกับการวางแผนที่จะร่วมชีวิตกับแฟนสาวที่คบกันมากว่า 9 ปีในปีนั้น แต่โจ้ต้องมาจากไปเสียก่อน ซึ่งเจ้าตัวยังทำใจยอมรับไม่ได้ ทำเอาคนไทยสลดหดหู่ไปทั้งประเทศ
วันรดน้ำศพ เธอยังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าดีเจโจ้จากไปทั้งๆ ที่ยังยิ้มอยู่ในวินาทีสุดท้าย เหมือนกับที่เขายิ้มมาตลอด อุปนิสัยใจคอเป็นคนคิดบวกจนเป็นที่รักของเพื่อนฝูงและผู้คนรอบข้าง
ทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เรายังคงคิดถึงเขา แม้แต่ในวันนี้...
และเช่นเคย มาทบทวนความจำบางส่วนของผลงานของดีเจโจ้กันดีกว่า
ข่าวล่าสุด