เนชั่นทีวี

บันเทิง

ความจนมันน่ากลัว! "อู๊ด เป็นต่อ" ทุ่มเงินกว่า 10 ล้านลุยธุรกิจ

18 ม.ค. 2562

ความจนมันน่ากลัว! "อู๊ด เป็นต่อ" ทุ่มเงินกว่า 10 ล้านลุยธุรกิจ

ในยุคนี้ไม่ว่าคนอาชีพไหน ๆ ก็มักจะหาธุรกิจเสริม ซึ่งถ้าเติบโตไปได้ดีก็สามารถเดินหน้าเปลี่ยนมาเป็นอาชีพหลักได้เลยเหมือนศิลปินตลกคนนี้ "อู๊ด เป็นต่อ" ที่ตอนนี้มีธุรกิจร้านชาบู เป็นของตัวเองซึ่งขยายสาขาไปแล้วกว่า 46 สาขาทั่วประเทศ แต่เจ้าตัวไม่หยุดแค่นี้ เพราะกำลังเริ่มขยายสาขาแบบ Express อีก 100 สาขา ภายใน 3 เดือนนี้

เพราะความจนมันน่ากลัวนี่เป็นสิ่งที่อุ๊ดเป็นต่อ หรือ นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล บอกเล่ากับสื่อมวลชนหลังจากถูกถามเรื่องธุรกิจร้านชาบูที่กำลังไปได้สวยอย่างมาก เพราะว่าตอนนี้ขยายสาขาทั่วประเทศมากถึง 46 สาขาแล้ว แถมยังเปิดให้ผู้สนใจร่วมลงทุนในการขยายสาขาในรูปแบบ Expressอีก 100 สาขาซึ่งตั้งเป้าไว้ต้องทำให้ได้ภายใน 3 เดือน


จุดเริ่มต้นมาจากความไม่มีของตัวเองและผ่านประสบการณ์เป็นหนี้มาแล้วจึงอยากธุรกิจที่เป็นของตัวเองเพราะอย่างที่หลายคนเข้าใจว่างานในวงการบันเทิงนั้นค่อยข้างจะมาไวไปไวจึงอยากวางรากฐานไว้ให้ครอบครับที่อยู่ข้างหลัง


อู๊ดเป็นต่อ พูดเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ธุรกิจค่อยข้างยุ่งจึงไม่ค่อยจะมีเวลารับงานภาพยนตร์ แต่พอเป็นถ่ายแบบวันคัทสามารถคำนวนเวลาได้จึงรับเป็นเรื่องแรกของปีแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รับงานบันเทิงส่วนเรื่องเงินทุนที่ทุ่มไปกับธุรกิจชาบูนั้น เจ้าตัวยอมรับว่าอยู่ในราคาเลข 7 หลัก ซึ่งมากกว่า 10 ล้านบาทแน่นอนแต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเงินของตัวเองทั้งหมดเพราะ ส่วนตัวก็ยังใช้เครดิสเสียส่วนใหญ่ซึ่งใครอยากทำธุรกิจก็อยากให้คิดให้รอบคอบเพราะการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ


ความจนมันน่ากลัว! "อู๊ด เป็นต่อ" ทุ่มเงินกว่า 10 ล้านลุยธุรกิจ


สัมภาษณ์ฉบับเต็ม

"ตอนแรกปีนี้ตั้งใจจะไม่รับงานเพราะธุรกิจที่ทำค่อนข้างยุ่งโดยเฉพาะร้านชาบู เพราะพี่คิดว่าจะเปิดให้ได้ 100สาขา ในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งตอนนี้กำลังทำอยู่แต่พอมีงานติดต่อเข้ามาก็ตัดสินใจว่าโอเครับ แต่ก็รับแค่เรื่องเดียว"


ทุ่มเทกับร้านชาบูขนาดนี้แสดงว่าจะไม่รับงานในวงการบันเทิงแล้ว?


"ถ้าหากยังมีใครที่เมตตาและสงสารผมก็ยังรับอยู่ครับแต่หลายๆ คนเขาก็บอกนะว่าอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพไม่แน่นอนยิ่งเราไม่ใช่พระเอกด้วยแล้ว เวลาที่ละครปิดกล้องพระเอกหรือคนหล่อๆเขาก็ยังไปเดินแบบไปรับงานพิธีกรได้ แต่เราล่ะครับเอาไปวางคู่กับหมาเขายังซื้อหมาเลยมันก็เลยเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าอยากจะทำอะไรที่มันสร้างสรรค์และสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับตัวเอง"

รู้สึกว่าเร็วไปไหมกับ100 สาขา ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ?

"เร็วครับเร็วมาก เพราะหลักการของเราคือเราทำแบบจริงจังจริงใจและมีการปฏิบัติการทางธุรกิจที่ชัดเจนซึ่งสาขาทั้งหมดนี้เป็นสาขาแบบเอ็กซ์เพลสนะครับ เป็นสาขาที่เราเปิดรับหุ้นหากใครสนใจจะทำกับเราเราก็มีรายละเอียดให้ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงคุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนถึงหลักล้าน เพราะเงินแค่หลักแสนของคุณก็สามารถติดหุ้นกับเราได้แล้วเพราะสาขาใหญ่ที่ผมทำเอาไว้ ภายใน 2 ปี ตอนนี้ก็เปิดเรียบร้อยแล้ว 46 สาขาและก็กำลังจะเปิดอีก 5 สาขาในอนาคตครับ"


"จริงๆผมเริ่มเปิดจองแล้วนะครับสำหรับแบบเอ็กซ์เพลส ซึ่งเปิดไปได้แค่ 2ชั่วโมงก็มีคนมาจองแล้วประมาณ 15 สาขา และในอนาคตก็น่าจะมีเข้ามาอีกเรื่อยๆ"


ดูเหมือนเราค่อนข้างมุ่งมั่นและจริงจังกับการธุรกิจเป็นอย่างมาก?


"ผมแลกด้วยชีวิตครับผมแลกด้วยการเลิกดื่มเลิกทำอะไรทุกอย่าง คือถ้าเรายังดื่มเหมือนเดิมยังใช้ชีวิตลัลลามันก็คงจะไม่ดีครับ"


ส่วนตัวเราเองตอนนี้เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับงานในวงการแล้วหรือยัง?

"ผมมองว่ามันเป็นชีวิตของผมมากกว่าครับและยิ่งเราเป็นคนที่ชอบคุย ชอบความสนุกสนานด้วยแล้วพอได้อยู่กับทุกคนแล้วทำให้ทุกคนมีความสุข ผมก็อยากจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ"


แสดงว่าธุรกิจก็ทำงานในวงการก็ไม่ทิ้ง?

"ไม่ทิ้งครับแต่การรับงานซ้อนผมเคยโดนมาแล้วทีหนึ่ง คือโดนเขาชี้หน้าผมเลยและก็บอกกับผมว่า 'ถ้าทำกับเขาอย่างนี้ อย่าอยู่ในวงการอีกเลย' (หัวเราะ)ก็คือว่าตอนนั้นงานมันเยอะจัด คิวมันยุ่งมากจริงๆซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าผมสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ ผมคิดว่าถ้าหากไม่มีผมก็คงจะคนอื่นได้มั้งซึ่งผมก็พูดแบบนี้ให้เหตุผลกับเขาไป แต่เขาก็ให้เหตุผลผมกลับมาเหมือนกันว่า 'เขาขอคิวผมแล้ว' จากนั้นผมก็กลัวเลยครับแล้วก็เข้าไปขอโทษเขาไปสวัสดีปีใหม่เขา คือเขาก็เป็นผู้จัดท่านหนึ่ง ซึ่งเขาก็ได้ให้คำสอนกับผมมาว่า 'เวลารับงานก็รับแค่อันใดอันหนึ่ง และก็อย่าเล่นให้มันหายมีให้งานมันแปะเอาไว้ในวงการ เพื่อจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์ตัวเอง' ก็ประมาณนี้ครับ"


ถือว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับเราเลยหรือเปล่า?

"เป็นบทเรียนอันสาสมใจเลยครับและก็บอกเลยนะครับ ใครที่งานยุ่งๆ งานเยอะๆ อย่ารับซ้อน เพราะมันจะมีปัญหาแน่นอนมันจะกระทบกับกองถ่ายของคนอื่นถือว่าเป็นประสบการณ์ของผมที่จะไม่ทำอีกแล้วครับกลัวแล้ว"


นอกจากธุรกิจที่ทำอยู่ยังมีธุรกิจอื่นๆ ได้ไหมที่เราอยากจะทำอีก ?

"เอ่อ...ตอนนี้ผมทำธุรกิจอยู่3 ตัวครับ ตัวแรกก็คือกระทะ เป็นกระทะเนื้อเดียวกับกระทะแบรนด์ดังซึ่งผมนำเข้ามาจากเมืองจีนแต่ว่าราคาไม่ได้ขนาดนั้น เป็นราคาที่คนไทยสามารถจับต้องได้ซึ่งผมตั้งชื่อกระทะชนิดนี้ว่ากระทะแฮปปี้กริวและอีกอย่างหนึ่งก็คืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับร้านชาบูทั้งหมดเลยไม่ว่าจะเป็นเครื่องหั่นผัก หั่นพริก เครื่องขั้นน้ำมะนาว ตู้แช่ตู้เย็นและกล้องวงจรปิด"


ทำงานเยอะขนาดนี้เราตั้งใจจะนำเงินไปทำอะไรอีก?

"ผมอยากจะเก็บเงินไว้ให้กับลูกเก็บเอาไว้ให้คนที่เราสร้างเขาขึ้นมาแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ผมโดนคำถามนี้บ่อยมากว่า 'ทำขนาดนี้ตายแล้วผมจะเอาไปได้เหรอ' แต่เราไม่ได้จ้องจะตายอยู่ตลอดเวลานี่ครับเรายังมีคนข้างหลังให้ต้องดูแลอีกตั้งมากมาย ทั้งลูก ทั้งเมีย ทั้งพ่อทั้งแม่เวลาเราป่วยไม่สบายก็เอาเงินไปเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้เลย นี่คือสิ่งที่ผมกลัวครับเพราะตอนที่ผมไม่มีเงินเลยผมต้องนอนป้ายรถเมล์ ผมไปหาเพื่อนที่ผมรักมากๆแต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้รับการต้อนรับอย่างที่ผมคิดไว้ หรือแค่ผมจะไปขอยาพารามาทานผมยังถูกมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่เขาก็ให้นะเพราะวันนั้นผมจำนึกว่าผมปวดหัวมากผมนอนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ถ้าเราไม่มีเงินชีวิตเราจะลำบากมาก ความจนมันน่ากลัวมากครับ"

"นั่นคือเหตุผลที่ผมจะต้องทำงานเก็บเงินถ้าหากโรงเรียนเขาให้เรียนฟรีผมจะไม่ทำงานถ้าหากสามารถเดินไปกินอาหารที่ไหนก็ได้ผมจะไม่ทำงานถ้าหากเขาสร้างบ้านแล้วเราไปขออยู่ด้วยได้ผมก็จะไม่ทำงานคือถ้าเดินไปที่ไหนแล้วไม่ต้องใช้เงินผมก็จะไม่ทำงานแต่ทุกวันนี้เราต้องทำงานครับเราต้องกินต้องใช้"


พอจะบอกได้ไหมว่าเราลงทุนไปเท่าไหร่กับธุรกิจต่างๆที่ทำอยู่


"มี7 หลักแน่นอนครับ อาจจะ 10 กว่าด้วยซ้ำ แต่ว่าทั้งหมดมันก็คือการลงทุนมันคือเครดิตของเรา เพราะสมัยก่อนเครดิตผมเสียมากๆผมเคยถูกตามยึดรถเพราะส่งเขาไม่ตรง แต่ผมไม่กล้าบอกกับใครเพราะผมอายคนอื่นซึ่งตอนนั้นเจ้าหน้าที่เขาบอกผมว่าผมค้างค่างวดรถ 11 งวดผมตกใจมากเพราะผมจำได้ว่าผมค้างแค่ 3 งวดสุดท้ายถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะรถคันนี้ผมฝากเพื่อนซื้อผมอยากจะบอกเรื่องนี้ไว้ให้กับทุกคนนะครับว่าอย่าให้ใครก็แล้วแต่ซื้อแทนคุณและเป็นชื่อคุณ เพราะผมจ่ายทุกงวดแต่มีแค่ 3งวดที่ผมไม่ได้จ่าย วันนั้นผมเคว้งมาก และตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่กล้ามีหนี้เลยทุกวันนี้ 1 บาทผมก็ไม่กล้าคิดค้างใคร"