ในปัจจุบันการแข่งขันทางด้านคอนเทนต์และปริมาณของแบรนด์ที่ทำโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รวมไปถึง Influencer หรือ ผู้นำทางความคิด ที่ผุดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน หรือแม้กระทั่ง เหล่าซุปตาที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วก็ยังกระโดดมาเล่นตลาดนี้ด้วยเช่นกัน
อย่างนิตยสาร แพรว ที่อยู่ในช่วงขาลงของสิ่งพิมพ์ ก็ปรับตัวลุกออนไลน์เต็มที่ ได้ส่ง "celeb blog" ลงสนามแข่ง เพียงไม่กี่ตอนก็สามารถคว้าใจคนดูได้สำเร็จ โดยมี "สู่ขวัญ บูลกุล" เป็นผู้ดำเนินรายการ เป็นการเดินเล่าเรื่องแบบกันเอง ไม่มีสคริปท์ การหาที่แฮงค์เอาท์ ร้านอาหารทั้งหลาย ทั้งการช๊อปปิ้งที่ถูกจริตของผู้หญิง ทั้งของแบรนด์ราคาเป็นแสนไปจนถึงหลักร้อยก็สวยได้ จนมีวลีฮิตอย่าง "ของมันต้องมี" ด้วยความสำเร็จของ "celeb blog" ทำให้กลุ่มศูนย์การค้านำโมเดลนี้มาผลิตคอนเทนต์เอง
เพื่อที่จะโปรโมทกิจกรรม หรือแม้แต่การแนะนำการเดินช๊อปปิ้ง โดยที่ใช้ ดารานักแสดง ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง อย่างที่ เดอะมอลล์กรุ๊ป เจ้าของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าชั้นนำอย่าง เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ พารากอน บลูพอร์ต เป็นบริษัทค้าปลีกที่ได้ลงมาทำเรื่อง Celeb Blog อย่างจริงจัง มีหลากหลายรายการ แต่ที่มียอดคลิกชมสูงสุดก็คือ vlog ของ แอน ทองประสม ที่ชื่อว่า The Styler และในแต่ละตอนก็ยังดึงนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาร่วมเดิน ช๊อปภายให้ห้างสรรพสินค้าอีกด้วย
"เกษร วิลเลจ" ห้างหรูระดับ Hi - end ก็ใช้กลยุทย์เดียวกัน ที่ดึงท ดารานักแสดงมาทำกิจกรรมภายในพื้นที่ ใช้ชื่อตอนว่า "walk with us " ไม่ว่าจะเป็น ก้อง สหรัฐ / เอมมี่ มรกรต / นกสินใจ
ส่วนฝั่งของ ดารา เซเลปบิตี้ ที่น่าสนใจเป็นกระแสฮือฮาไม่น้อย "แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา" ดีไซเนอร์ไฮโซสาวเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Vatanika อันโด่งดัง ที่ทำรายการ รายการเรียลลิตี้โชว์ This Is Me Vatanika ให้เป็นกระแสเพียงชั่วข้ามคืนที่ปล่อยออกมา เพราะเป็นการเปิดเผยไลฟ์สไตล์ และชีวิตประจำวันส่วนตัว รวมถึงยังได้เห็นมุมมองและความคิดของเธอที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน
หรือคนที่หลายคนคาดไม่ถึงกับพระเอกหน้าหล่อตลอดการ "ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี" ก็ยังมีรายการออนไลน์เป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า "เจ้าป่าเข้าเมือง" ที่ตั้งใจให้เป็นเรื่องรอบตัวของพี่ติ๊ก พาไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในสังคมเมือง จากที่ปกติ เจ้าตัวไม่ได้ใช้ชีวิตในเมืองจริงๆ จังๆ สักเท่าไหร่
ถึงแม้ว่า "Celeb Blog" นั้นผู้จัดทำตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อ "ขายของ" แต่ผู้ติดตามที่รับชมก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกบังคับ เพราะยังมีความบันเทิงที่ได้จากตัวผู้ดำเนินรายการที่เป็นบุคคลมีชื่อเสียง และ มีฐานแฟนคลับเยอะอยู่แล้ว บวกกับการที่ผู้ชมจะได้รู้จักกับไลฟ์สไตล์ รวมทั้งการเลือกซื้อของ มุมมองการใช้ชีวิต แบบไม่มมีบท จึงดูเป็นมิตรทำให้กลุ่มผู้บริโภค รู้สึกว่าเป็นกันเองและสามารถเข้าถึงสินค้าชนิดนั้นได้ง่ายกว่า การโฆษณาแบบทางการ
เราจึงได้เห็นหลากหลายธุรกิจลงมาทำคอนเทนต์แบบ Celeb Blog กันมากขึ้น เพราะผู้บริโภคเลือกที่จะเชื่อ nfluencer มากกว่าเจ้าของสินค้ามาเอง