ซึ่งการขอตรวจสอบนายห้างไหทองคำครั้งนี้ เป็นหนึ่งในเกมส์รุก ที่นายอัจฉริยะ ได้เข้าไปช่วยเหลือทางคดีให้กับ อาม ชุติมา นักร้องลูกทุ่งสาว ที่ต้องการเป็นอิสระจากค่ายไหทองคำ แต่ทางไหทองคำยืนยันว่า อามยังติดสัญญาอยู่
และเมื่อเสร็จสิ้นที่กรมสรรพากรในช่วงเช้า จากนั้นในช่วงบ่าย นายอัจฉริยะก็ได้เดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ เพื่อยื่นฟ้องเอาผิดนายประจักษ์ชัย กรณีทำผิดพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และมีการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังนายประจักษ์ชัย ได้นำภาพ อาม ชุติมา ที่ระบุว่า เป็นภาพอามขณะกำลังดื่มสุราสมัยเป็นนักเรียน รวมทั้งยังนำใบเชิญผู้ปกครองมาเผยแพร่ ซึ่งนายอัจฉริยะยืนยันว่า ภาพนั้นอามไม่ได้ดื่มสุรา ซึ่งมีพยานที่เป็นครูของอาม สามารถนำมาให้การยืนยันได้ โดยจะเรียกค่าเสียหายจากนายประจักษ์ชัยเป็นเงิน 5ล้านบาท
ส่วนกรณีที่นายประจักษ์ชัย ได้ส่งทนายความยื่นฟ้องศาลทรัพย์สินทางปัญญา เรียกค่าเสียหายจาก อาม ชุติมา ฐานละเมิดสัญญา เป็นเงินถึง 21 ล้านบาทนั้น นายอัจฉริยะก็บอกว่า จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ นายประจักษ์ชัย ได้ติดต่อผ่านพระผู้ใหญ่มาหานายอัจฉริยะ ว่าจะขอเจรจา และปล่อยให้อาม สามารถร้องเพลงได้ตามปกติ โดยจะยอมยกเลิกสัญญาทาส ซึ่งเรื่องก็มีทีท่าจะยุติลงด้วยดีแล้ว แต่จู่ๆนายประจักษ์ชัย กลับส่งทนายไปยื่นฟ้องศาล ทางนายอัจฉริยะจึงยืนยันว่า ต่อไปจะไม่ขอเจรจากับนายประจักษ์ชัยอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อนายอัจฉริยะเดินทางมาถึงศาลอาญาในช่วงบ่าย เขาก็แจ้งกับนักข่าวอีกครั้งว่า นายประจักษ์ชัยได้ติดต่อมาเพื่อขอเจรจากันอีกครั้ง โดยนายอัจฉริยะจะยอมเจรจาด้วย ซึ่งหากตกลงกันได้ ต่างฝ่ายก็จะถอนฟ้องทั้งหมด เหลือเพียงการตรวจสอบภาษีที่ไม่สามารถถอนได้ เพราะเป็นเรื่องสาธารณะ โดยนายอัจฉริยะจะให้เส้นตายในการเจรจาถึง 10โมงเช้าของวันพรุ่งนี้ รวมทั้งจะไม่มีการเดินทางไปยื่นเรื่องยึดทรัพย์นายประจักษ์ชัยกับ ปปง.ในวันพรุ่งนี้ด้วย หากสามารถหาข้อยุติต่อกันได้