สำหรับสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่มีหนังจากเรื่องจริง เข้าชิงมีถึง 3 ใน 9 เรื่องได้แก่
Darkest Hour ที่เป็นผลงานของโฟกัส ฟีเจอร์ ซึ่งได้เวิร์คกิ้ง ไทเทิล โปรดักชั่น มาดูแลงานสร้าง กับเรื่องราวสุดระทึก ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรี สหราชอาณาจักร ต้องเผชิญกับความวุ่นวายและวิกฤติที่เกิดขึ้้น ซึ่งต้องหาทางเจรจาสันติภาพกับนาซี เยอรมนี เขาต้องยืนหยัดต่อสู้ท่ามกลางวิกฤติ และพยายามกอบกู้ชาติ ท่ามกลางประชาชนที่ยังไม่มีการเตรียมตัว กษัตริย์ผู้ช่างสงสัย และพรรคการเมืองของเขาที่วางตัวอยู่ตรงกันข้าม ซึ่งเรื่องนี้ยังเข้าชิงสาขา ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม, แต่งหน้าและออกแบบทรงผมยอดเยี่ยม,ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม อีกด้วย
ต่อมาคือ Dunkirk เป็นฝีมือของผู้กำกับที่ถูกตั้งความหวังจากเหล่านักวิจารณ์ และคอหนังทั่วโลกอย่าง "คริสโตเฟอร์ โนแลน" ที่หยิบเอาอีกหนึ่งอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในสงครามโลก "ท่ามกลางวิกฤติ ท่ามกลางการทำลายล้าง การอยู่รอดคือชัยชนะ" โดยสร้างจากเหตุการณ์การอพยพดันเคิร์ก เมื่อปี 1940 หรือที่รู้จักในชื่อปฏิบัติการไดนาโม ซึ่งทหารกองทัพอังกฤษ ฝรั่งเศส และเบลเยียม ต้องอพยพทางทะเลออกจากหาดและท่าเรือดันเคิร์ก ประเทศฝรั่งเศส หลังกองทัพเยอรมันโจมตีที่ดันเคิร์กจนเรือใหญ่ไม่สามารถเทียบท่าได้ ท้ายที่สุดปฏิบัติการครั้งนี้สามารถรักษาชีวิตทหารฝ่ายสัมพันธมิตรได้กว่า 300,000 นาย ซึ่งเรื่องนี้ยังเข้าชิงสาขา ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม, มิกซ์เสียงยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม และออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม อีกด้วย
The Post เป็นอีกหนึ่งเค้าโครงจากเรื่องที่เข้าชิงในสาขานี้ด้วย เป็นหนังเรื่องแรกที่เมอริล สตรีพ, ทอม แฮงค์ และสตีเวน สปีลเบิร์ก ได้โคจรมาพบกัน นอกเหนือจากหน้าที่กำกับแล้ว สปีลเบิร์ก ยังได้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมกับเอมี ปาสคัลและคริสตี้ มาคอสโก้ ครีเกอร์ ด้วย บทภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนโดย ลิซ ฮันนาห์และจอช ซิงเกอร์ กับแผนการปกปิดที่ยาวนานครอบคลุมช่วงเวลาของประธานาธิบดีสหรัฐฯสี่คน ที่ได้ผลักดันให้นักหนังสือพิมพ์หญิงคนแรกของประเทศและบรรณาธิการผู้มุ่งมั่นให้ร่วมมือกันในการต่อสู้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างนักหนังสือพิมพ์และรัฐบาลนั่นเอง เรื่องนี้ยังเข้าชิงสาขา นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม พ่วงมาด้วย
ต่อมา I, Tonya เรื่องจริงของไอดอลแห่งวงการกีฬาสุดคลั่ง ที่ผู้คนชาวอเมริกันต่างตกหลุมรัก "ทอนย่า ฮาร์ดิ้ง"เธอเป็นราชินีสเกตน้ำแข็งหัวร้อนชาวอเมริกัน ที่เติบโตมาโดยได้รับการเลี้ยงดูจากคุณแม่จอมสบถ ผู้ผลักดันเธอเข้าสู่วงการกีฬาโดยใช้ลูกบ้าและความคลั่งที่มีอยู่ในตัว ฝ่าฟันอุปสรรคจนคู่แข่งต้องยอมสยบ เรื่องนี้มีรายชื่อเข้าชิงอยู่ในสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม รวมถึงนักแสดงสมทบหญิงยอดยเยี่ยม และตัดต่อยอดเยี่ยมด้วย
อีกหนึ่งเรื่องของแวดวงกีฬา คือ Molly's Game เรื่องราวของมอลลี่ บลูม อดีตนักกีฬาสกีระดับโอลิมปิก ที่ตัดสินใจเปิดบ่อนพนันโป๊กเกอร์ใต้ดิน ซึ่งดึงดูดลูกค้าทุกระดับตั้งแต่คนดังฮอลลีวูด นักกีฬาดัง ๆ และผู้อิทธิพลทางธุรกิจ รวมถึงแก๊งมาเฟียจากรัสเซีย จนกระทั่งเมื่อเธอถูกจับกุมโดย เอฟบีไอ เธอจึงต้องพึ่งทนาย ชาร์ลี แจฟฟีย์ มาแก้ต่างซึ่งทำให้เขาค้นพบเรื่องราวของเธอได้ลึกซึ้งกว่าบรรดาข่าวที่นำเสนอเกี่ยวกับเธอ ซึ่งเข้าชิงในสาขารางวัลภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมนั่นเอง
และเรื่องสุดท้ายคือ Victoria and Abdul ที่มีรายชื่อเข้าชิงในสาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมกับแต่งหน้าและออกแบบทรงผมยอดเยี่ยม เรื่องนี้นำเค้าโครงเรื่องจริงที่บอกเล่าถึงมิตรภาพระหว่างราชินีวิคตอเรียและสหายชาวอินเดีย นำแสดงโดยจูดี้ เดนช์ เจ้าของรางวัลออสการ์ และอาลี ฟาซาล กำกับการแสดงโดย สตีเฟ่น เฟรียร์ส ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริง หรือแต่งขึ้นมาล้วนแล้วแต่มีคุณค่า เพราะทีมผู้สร้างรวมถึงนักแสดงนั้น ตั้งใจจะถ่ายทอดมุมมองที่อยากจะนำเสนอออกมาให้ได้ชมกันส่วนรางวัล ที่เป็นตัวการันตีเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง ที่จะสร้างชื่อให้เท่านั้น ต้องมาลุ้นกันว่า ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงเหล่านี้ บนเวทีอันทรงเกียรติจะมีใคร เรื่องไหนเข้าตากรรมการกันบ้าง