หมายกำหนดการ 08.00 น. คือเวลาเสียงปีนใหญ่ให้สัญญาณเป็นอันว่าเริ่มเคลื่อนขบวน พระราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมศพ จากพระมหาปราสาทไปสู่พระเมรุมาศ เหล่ากองพลริ้วขบวนเริ่มสืบเท้าอย่างพร้อมเพรียงและแข็งขัน พร้อมอัญเชิญขบวนพระราชอิสริยยศ ซึ่งเรียกว่า ริ้วขบวน โดยแต่ละริ้วขบวน มีคนหาม คนฉุดชักจํานวนมาก พร้อมด้วยเครื่องประกอบพระอิสริยยศ การจัดริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้พร้อมสำหรับการอัญเชิญพระบรมศพ พระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคาร รวมทั้งซักซ้อมการเคลื่อนขบวนให้สมพระเกียรติ ซึ่งนี่เป็นการซ้อมลำดับริ้วขบวนทั้ง 3 ริ้ว คือริ้วขบวนที่ 1 พระยานมาศสามลำคาน ริ้วขบวนที่2 พระมหาพิชัยราชรถ และริ้วขบวนที่3 ราชรถปืนใหญ่ ในการอัญเชิญพระบรมโกศ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปประดิษฐานยังพระมหาพิชัยราชรถ และเคลื่อนขบวนสู่พระเมรุมาศ ประกอบไปด้วยทหาร 4 เหล่าทัพ, ผู้เชิญฉัตรเครื่องสูงหักทองหน้า, ราชองครักษ์เชิญธงมหาราช, ตำรวจหลวง, มหาดเล็กหลวง, กำกับราชรถและควบคุมฉุดชักราชรถ, พรหมเชิญพุ่มดอกไม้ทอง, อินทร์เชิญพุ่มดอกไม้เงิน,พรหม และ อินทร์ เชิญจามร , มหาดเล็กหลวง ,ตำรวจหลวงคู่แห่, มโหระทึก จ่าปี่ จ่ากลองเริ่มกันที่ ริ้วขบวนที่ ๑ คือเชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านทางประตูเทวาภิรมย์ จากนั้นใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง มุ่งไปยังถนนสนามไชย เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ บริเวณหน้าวัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม รวมระยะทาง 817 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ริ้วขบวนที่ ๑ เป็นริ้วขบวนพระยานมาศสามลำคาน เป็นยานที่มีคานหามขนาดใหญ่ ทำด้วยไม้จำหลักลวดลายลงรักปิดทอง มีพนักโดยรอบ 3 ด้าน และมีคานหาม 3 คาน จึงเรียกว่า พระยานมาศสามลำคาน ใช้สำหรับอัญเชิญพระบรมโกศจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ ที่จอดเทียบรออยู่ใกล้พลับพลายก บริเวณทิศตะวันออกของวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งในวันนี้การซ้อมริ้วขบวนที่ 1 ไม่อนุญาติให้สื่อมวลชนสามารถบันทึกภาพได้ถัดมาเป็นริ้วขบวนที่ ๒ เวลาเดินมาที่ 11.00 น. ปรากฏต่อสายตาสื่อมวลชนอย่างยิ่งใหญ่ เป็นเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาค จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปทางถนนสนามไชยยาตราขบวนแห่เชิญพระโกศทองใหญ่ จากถนนสนามไชย เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน จากนั้นขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่เชิญพระโกศทองใหญ่เข้าสู่ท้องสนามหลวง รวมระยะทาง 890 เมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ริ้วขบวนที่ ๒ พระมหาพิชัยราชรถ มีลักษณะเป็นราชรถทรงบุษบกทำด้วยไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง ประดับกระจก พระมหาพิชัยราชรถเป็นราชรถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ด้วยความสูง ๑๑.เมตร ๒๐ ซม. กว้าง ๔. เมตร 84 ซ.ม.ยาว ๑๘ เมตร เเละด้วยน้ำหนักถึง ๑๓.๗ ตัน จึงต้องใช้พลฉุดชักเพื่อเคลื่อนพระมหาพิชัยราชรถทั้งหมด 216 นาย แบ่งเป็นส่วนด้านหน้า 172 นาย ด้านหลัง 44นาย เเละพลควบคุม 5 นาย ปิดท้ายด้วยริ้วขบวนที่ ๓ เชิญพระโกศทองใหญ่ลงจากพระมหาพิชัยราชรถ ประดิษฐานพระโกศทองใหญ่บนราชรถปืนใหญ่ ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศเข้าสู่ราชวัติ เวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ หรือ เวียนซ้าย ๓ รอบ เมื่อครบ ๓ รอบแล้ว เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน รวมระยะทาง 260 เมตรต่อรอบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีโดยราชรถปืนใหญ่ เป็นราชรถที่เชิญพระโกศพระบรมศพสู่พระเมรุมาศ และแห่อุตราวัฏ เวียนซ้าย รอบพระเมรุมาศ ๓ รอบ ในหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เรียกราชรถนี้ ว่า ราชรถปืนใหญ่รางเกวียน -----------------------------------------หลังจากที่เมื่อวันเสาร์นี้ก็ได้มีการซักซ้อมริ้วขบวนที่ 1 - 3 ในสถานที่จริงเป็นครั้งแรก และอาทิตย์ ก็เป็นการซักซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในริ้วที่ 6 คือขบวนกองทหารม้า เชิญพระบรมราชสรีรางคาร การซ้อมลำดับริ้วขบวนที่ 6 คือขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ ๒๙ ตุลาคม เป็นขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนกองทหารม้า เชิญพระบรมราชสรีรางคารจาก พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ขบวนกองทหารม้า เชิญพระบรมราชสีรางคาร จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ที่เป็นวัดประจำของ รัชกาลที่ 9 --------------------------------