มิลาน(Milan) หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่า "มิลาโน่(Milano)" เป็นเมืองหลวงทางแฟชันของโลกแข่งกับปารีสในประเทศฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงเล่าถึงมิลาน เมื่อ 109 ปีก่อนในพระราชนิพนธ์ใกลบ้าน ใว้ว่า มิลาน เป็นเมืองใหญ่ ค้าขาย เฟอร์นิเจอร์ที่ร่ำรวย รถราง มีรถไฟฟ้าถึงสามชนิดวิ่ง ตัดกันไปมาบนท้องถนน ที่ทำจากหิน โดยมีรถรางไฟฟ้าสีเหลือง สีน้ำตาล แบบ รถพ่วง มีทั้งชั้นเดี่ยว และ รถสองชั้น ในปัจจุบัน ถนนของมิลานก็ยังคงวุ่นวายเช่นนั้นค่ะเพียงแต่เพิ่มเติมรถยนตร์// มอเตอร์ไซค์ และ จักรยาน เข้ามาอีก และที่พลาดไม่ได้ก็คือการตามรอยพระบาทของพระองค์ท่านมาที่แลนด์มาร์คสำคัญของเมือง มหาวิหาร ดูโอโม่ นั่นเองค่ะ
อนุเสาวรีย์คิงวิกเตอร์ เอมมานูเอล ทรงม้า ด้านหน้าของดูโอโม่ นี้ ดูละม้ายคล้ายกับ พระบรมรูปทรงม้าของไทย ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ ว่าพระองค์ท่าน น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากที่ มิลานนี้เพราะ ในพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน รัชกาลที่ 5 กลับทรงชื่นชม อนุเสารีย์ ของกษัตริย์ วิกเตอร์ เอมมานูเอล ว่า "งามอย่างยิ่ง"
รัชกาลที่ 5 ทรงเข้าประทับโรงแรม แกรนด์ โฮเต็ล เอ เดอ มิลาน ใจกลางเมืองมิลาน มี โปสการ์ด ที่ทรงบันทึกภาพถ่ายบริเวณบันไดภายในโรงแรม ที่พระองค์ท่าน พระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พร้อมคำบรรยาย ใว้ว่า โฮเต็ลนี้ดีกว่าทุกแห่งที่เคยพักมาเจ้าของเป็นชาวเยอรมัน
และนี่คือภาพปัจจุบันในมุมเดียวกัน ที่เราไปเก็บภาพมาฝาก แม้เวลาผ่านไปนานกว่า110 ปี มีการปรับปรุงภายในห้องพัก ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่โครงสร้าง ก็ยังคงความคลาสสิคแบบดั้งเดิม รูปแบบตึก สไตล์ นีโอ โกธีค และยังคงใช้ชื่อโรงแรมแกรนด์ โฮเทล มิลาน เหมือนเดิม ด้วยค่ะ
ธนากรชุมทอง ถ่ายภาพ
ทิวาพรเทศทิศ เนชั่นทีวีรายงาน