แม้จะได้รับรางวัลไปเพียงสาขาเดียวแต่รางวัลเดียวที่ Ten Years ได้รับบนเวทีมอบรางวัลภาพยนตร์ฮ่องกงก็คือสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลที่สำคัญที่สุดของงาน
"ความหมายของรางวัลนี้ก็คือการแสดงให้เห็นว่าฮ่องกงยังมีความหวังมันย้ำเตือนให้เรากล้าที่จะสร้างสรรค์ต่อไป ผมอยากจะขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันดูหนังเรื่องนี้"แอนดรูว์ ไช่ ผู้อำนวยการสร้างกล่าว ส่วนผู้กำกับคนหนึ่งของหนังก็แสดงความเห็นว่า"ถ้าคุณถามผมว่าปักกิ่งจะรู้สึกอย่างไรกับเรา ผมก็ขอตอบว่านั่นไม่ใช่ประเด็นเลยหนังเรื่องนี้สร้างออกมาให้คนฮ่องกงดู เรายอมรับได้ไม่ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบ หวังแค่ว่าคนฮ่องกงจะสามารถแชร์ความรู้สึกกับเราได้เราอยากจะให้คนได้คิดถึงอนาคตของฮ่องกงบ้าง"
ภาพของหญิงสาวที่เผาตัวเองเพื่อการประท้วง,คนขับแท็กซีที่แทบจะหมดหวังเมื่อต้องสอบภาษาจีนกลาง เพื่อให้ได้ใบอนุญาตทำงานทั้งๆ ที่เขาใช้ภาษากวางตุ้ง (ภาษาถิ่นของชาวฮ่องกง) มาทั้งชีวิต และยังมีภาพของเด็กวัยรุ่นในชุดทหารที่ออกเดินกันไปเต็มท้องถนนล้วนเป็นภาพที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาของการ "ปฏิวัติวัฒนธรรม"ในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อ 40 ปีก่อน แต่นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ย้อนยุคเพราะ Ten Years เป็นหนังที่เล่าถึงช่วงเวลาในอนาคตอีก10 ปีข้างหน้าของฮ่องกงที่ประชาชนต้องอยู่อย่างหวาดกลัว, คนรุ่นใหม่ถูกล้างสมอง และฮ่องกงก็สูญเสียความเป็นตัวเองไปเรื่อยๆ
Ten Years เป็นหนังที่ประกอบไปด้วยหนังสั้น5 เรื่องผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่ 5 คน ที่เล่าถึงความรู้สึกหวาดกลัวของชาวฮ่องกงต่ออนาคตของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ที่รัฐบาลปักกิ่งมีแต่จะปกครองแบบเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ โดย Ten Years เริ่มเข้าฉายแบบจำกัดโรงในเดือน ธ.ค. ปีก่อน และทำเงินได้ถึง 6 ล้านเหรียญฮ่องกงแล้ว จากที่ใช้ทุนสร้างเพียงแค่500,000 เหรียญฮ่องกง (ประมาณ 2 ล้านบาท) เท่านั้น
ส่วน เอ๋อตงเซิน ผู้กำกับชื่อดังที่ปีนี้นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานกรรมการตัดสินรางวัลก็กล่าวสั้นๆก่อนประกาศรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยว่า "ประธานาธิบดีรูสเวลเคยกล่าวเอาไว้ว่าสิ่งเดียวที่เราควรกลัว ก็คือความกลัวนั่นเอง"
ซึ่งก็เพราะเนื้อหาที่ว่าด้วยประเด็นทางการเมืองแบบตรงๆก็ทำให้งานประกาศรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของฮ่องกงถูกงดออกอากาศในจีนแผ่นดินใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีซึ่งแม้หนังสือพิมพ์ Global Times กระบอกเสียงของรัฐบาลปักกิ่งจะปฏิเสธข้อกล่าวหาและยังเรียกหนังเรื่อง Ten Years ว่านำเสนอเนื้อหา"ไร้สาระ" และแสดงออกถึง"จิตใจที่ป่วยไข้"