เนชั่นทีวี

Business thai

ทองคำรุ่งหรือร่วง ! หลังธนาคารกลางทั่วโลกลดเงินดอลลาร์เป็นทุนสำรองฯ

31 มี.ค. 2567 | sukanya_san

ทองคำรุ่งหรือร่วง ! หลังธนาคารกลางทั่วโลกลดเงินดอลลาร์เป็นทุนสำรองฯ

ราคาทองคำช่วงวันที่ 1 มี.ค.-29 มี.ค.ปรับตัวขึ้นประมาณ 189 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แรงหนุนเฟดจ่อปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยราคาทองคำจะเป็นอย่างไร หลังธนาคารกลางทั่วโลกลดเงินดอลลาร์เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศมีโอกาสทะลุ 4 หมื่นบาทหรือไม่ ตามไปดูกันเลย

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด  เปิดเผยถึงทิศทางทองคำในสัปดาห์หน้ากับ  Nation  STORY ว่า ราคาทองคำแนวโน้ม Sideway up  หลังจากช่วงวันที่  1 มี.ค.-29 มี.ค.ที่ผ่านมาดีดปรับตัวขึ้นประมาณ 189 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด เปิดเผยคาดการณ์ว่า จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้

นอกจากนี้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งนำไปสู่กระแส “De-dollarization” หรือการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐที่ใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางโลก ส่งผลให้ความต้องการทองคำมีมากขึ้น

ซึ่งหากแนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ราคาทองคำตลาดโลกมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประกอบกับ แนวโน้มค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าหากเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 36.70 บาทต่อดอลลาร์ จะทำให้ ราคาทองแท่ง 96.5 % มีราคาแตะระดับ 40,000 บาท

ทองคำรุ่งหรือร่วง ! หลังธนาคารกลางทั่วโลกลดเงินดอลลาร์เป็นทุนสำรองฯ

 

ปัจจัยบวกลบที่ต้องติดตาม

  • ปริมาณการซื้อขายทองคำของตลาดโลกอาจเบาบางต่อเนื่อง เนื่องจากบางประเทศโดยเฉพาะในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส, เยอรมนี,อิตาลี และ สหราชอาณาจักรจะปิดต่อเนื่องถึงวันจันทร์ที่ 01 เมษายน เนื่องในวัน Easter Monday
  • ปริมาณการซื้อขายทองคำของตลาดโซนเอเชียอาจเบาบางลงเพราะตลาดเงินตลาดทุนของจีนปิดทำการต่อเนื่องในวันที่ 04-05 เมษายนนี้ ในช่วงเทศกาลเชงเม้ง (Tomb Sweeping Day)
  • การรายงานตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนประจำเดือนมี.ค. จาก ADP ,ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ,อัตราการว่างงานเดือน มี.ค. ของสหรัฐ
  • การประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส เพื่อทบทวนการปรับลดกำลังการผลิต ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า โอเปกพลัสยังไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายการผลิตน้ำมันก่อนที่จะถึงวันประชุมรัฐมนตรีกลุ่มพลังงานของโอเปกพลัสในเดือนมิ.ย.

กลยุทธ์การลงทุน  

ราคาอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบหลังจาก หลังราคาปรับตัวขึ้นแรง แต่ราคาปรับตัวลงจำกัดหรือสามารถยืนเหนือแนวรับ 2,223  ดอลลาร์ต่อออนซ์  (ระดับสูงสุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา) จึงแนะนำเปิดสถานะซื้อทำกำไรระยะสั้น หากราคาสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าว

สถานะซื้อตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ 2,202 ดอลลาร์ต่อออนซ์  เนื่องจากเมื่อราคาปรับขึ้นเข้าใกล้กรอบด้านแนวต้านบนอาจต้องระวังแรงขายหรือความผันผวนของราคาเพิ่มขึ้น แนะนำทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไรหากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน โซน 2,234-2,248 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ตาม ประเมินแนวต้านแรกที่  2,248 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวต้านถัดไปที่ 2,266 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แนวต้านสุดท้ายที่ 2,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ขณะที่แนวรับแรกที่  2,223 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แนวรับถัดไปที่ 2,202 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับสุดท้ายที่  2,185 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวล่าสุด