ปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม
• 25 มี.ค. ส่งออกเดือนก.พ. ตลาดคาดยอดส่งออก +4%y-y จากเดิมเติบโต +10%y-y, นำเข้า +3.8%y-y จากเดิมโต 2.6%y-y และดุลการค้าขาดดุล 573 ล้านเหรียญ จากเดิม ขาดดุล 2,800 ล้านเหรียญ
• 26 มี.ค. ส.ว. พิจารณาร่างงบประมาณปี 67
• 27 มี.ค. – 6 เม.ย. ติดตามกระแสจำหน่ายรถยนต์งานมอเตอร์ โชว์ คาดรถยนต์ EV ยังคึกคัก สร้างกระแสหุ้นตัวแทนจำหน่าย SUSCO, COM7, ASAP
หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ
• CPALL (TP-76): หุ้นปรับฐาน ขณะที่พื้นฐานยังแข็งแกร่ง SSSG มี.ค. ยังสูง 3-4%
• HANA (TP-51.6) : คาดยอดส่งออกชิ้นส่วน ก.พ. มีโอกาสตามภาพชี้นำเกาหลีใต้
• SCGP (TP-38.5): ภาคผลิตโลกฟื้นตัวหนุน ผสาน สถานการณ์ทะแลแดงเริ่มคลาย
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI) เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้ากับ Nation STORY ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังอยู่ในแนวโน้มผ่อนคลายจากการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งในวันศุกร์ที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯทั้งรุ่นอายุ 2 , 10 ปีก็ยังปรับตัวลงได้ต่อเนื่อง ปัจจัยข้างต้น ก็เชื่อว่าจะยังหนุนตลาดหุ้นไทยและโลกได้ต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า
ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามคือตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯประกอบไปด้วย 1. ยอดขายบ้านมือ 1 ในคืนวันจันทร์ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 6.75 แสนหลังคา 2. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB ในวันอังคาร Bloom berg Consensus ประเมินไว้ที่ 106.9
3. เงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) ในวันศุกร์ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 2.5%YoY , 0.4% MoM หากรายงานแล้วต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นแรงหนุนให้กับตลาดหุ้นสหรัฐฯรวมถึงไทย
ส่วนปัจจัยในประเทศรอติดตามตัวเลขการค้าระหว่างประเทศจากกระทรวงพาณิชย์ในวันอังคาร Bloomberg Consensus ประเมินมูลค่าส่งออกจะขยายตัว 4.5%YoY และนำเข้าขยายตัว 3.9%YoY โดยดุลการค้าขาดดุล 537 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากรายงานแล้วพลิกมาเกินดุลจะเป็นบวกกับค่าเงินบาท
รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติ ด้วยแนวโน้มดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯที่มีโอกาสจะทยอยปรับลงในช่วงถัดไป CME FED Watch ให้น้ำหนักปรับลดดอกเบี้ยสหรัฐฯในประชุมเดือน มิ.ย. 67% ส่งผลให้อาจเป็นไปได้เช่นกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดดอกเบี้ย เพราะปัจจุบันเงินเฟ้อไทยก็เริ่มเห็นการอ่อนแรงและปรับลงมาต่ำกว่าเป้าหมายของธปท.ท่ 1-3%
ทั้งนี้หากคงดอกเบี้ยไว้ไม่ปรับลงตามสหรัฐฯอาจกระทบกับค่าเงินบาทในทางแข็งค่ามากกว่าปกติ ซึ่งมีผลต่อการส่งออกและอีกนัยนึงการปรับลดดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐ กิจ ซึ่งบริษัทจดทะเบียนเกือบทุกอุตสาหกรรมยกเว้นธนาคารพาณิชย์
ส่วนกลุ่มที่จะได้ประโยชน์ค่อนข้างมากประกอบไปด้วยการเงิน (MTC, SAWAD, TIDLOR ,TISCO) ตามต้นทุนการเงินที่ลดลงรวมไปถึงหุ้นปันผลสูง (ADVANC ,AP, INTUCH)
โดยสัปดาห์หน้าประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,370 – 1,410 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังคงมุมมอง เชิงบวกกับดัชนีระดับปัจจุบันด้วย Valuation ที่น่าสนใจยังแนะทยอยสะสมเช่นเดิม เน้นหุ้นใหญ่ อาทิ
- ค้าปลีก (BJC, CPALL, HMPRO)
- ท่องเที่ยว (AOT, CENTEL)
- ส่งออก (ITC, TU)
- ศูนย์การค้า (CPN)
- การเงิน (MTC ,SAWAD, TIDLOR)
- สื่อสาร (ADVANC ,INTUCH)