สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานถึง หุ้น MGI ที่ถูกตลาดจับจ้องในแง่ของ ราคาที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 900% นับตั้งแต่เปิด IPO ที่ราคา 4.95 บาทต่อหุ้น ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2566 จนทําให้เป็นหุ้นที่มีผลงานดีที่สุดเป็นอันดับสองของหุ้นน้องใหม่ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศไทยแล้ว
หุ้นมิสแกรนด์ มี P/E 65 เท่าอิงจากกำไร 12 เดือนย้อนหลัง ตอนนี้ราคาหุ้น MGI เคลื่อนไหวที่ระดับ 50 บาท เพิ่มขึ้น 19.76% ในวันเดียว หลังปิดตลาดหุ้นไทยในวานนี้ (22 ก.พ.)
โดยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจใน หุ้นนางงาม MGI ถึงการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยยอดขายผลิตภัณฑ์และการประกวดความงาม หลังจากมีกําไรที่แข็งแกร่งในปี 2566
สำหรับปี 2566 บริษัทรายได้ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149% จากปีก่อนหน้า มาจากการขยายแพลตฟอร์มร้านค้าไปยัง TikTok และการใช้ช่องทางขายตรงมากขึ้นเพื่อเพิ่มกําไร
ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของมิสแกรนด์ฯ มาจาก 4 กลุ่มหลัก คือ 1. จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ประมาณ 41%, 2. จัดประกวดนางงามมิสแกรนด์ ประมาณ 13%, 3. สื่อและบันเทิง ประมาณ 19% และ 4. บริหารจัดการศิลปิน ประมาณ 23% ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่นๆ
นายถกล บรรจงรักษ์ นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศ ไทย) กล่าวว่า มูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นอาจเกินปัจจัยพื้นฐานแล้ว โดยการประเมินมูลค่าที่มากเกินไปและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบจากการควบคุมที่เข้มงวดของ ตลท.อาจทําให้นักลงทุนส่วนใหญ่ระมัดระวังเกี่ยวกับหุ้น MGI มากขึ้น