svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

ราคาทองคำหลังตรุษจีนร่วงต่อไหม ! เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แกร่ง

11 กุมภาพันธ์ 2567
788

ราคาทองคำตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-ปัจจุบันปรับตัวลงประมาณ 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  รับแรงกดดันจาก ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐแกร่งเกินคาด ผสมโรงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดปรับตัวขึ้น โดยดัชนี S&P 500 ทะยานแตะระดับ 5,000 จุด ส่วนแนวโน้มทิศทางราคาทอง หลังตรุษจีนจะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลย

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด  เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์หน้ากับ  Nation  STORY ว่า ราคาทองคำช่วง 1 ก.พ.- 9 ก.พ.  ปรับตัวลงประมาณ 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ รับแรงกดดันจาก ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ประกอบกับ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี S&P 500 ทะยานแตะระดับ 5,000 จุดเป็นครั้งแรก

ขณะที่บริษัทในดัชนี S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการรายไตรมาสสูงกว่าคาด มีมากถึง 80.6% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวซึ่งอยู่ที่ระดับ 67% 

ราคาทองคำหลังตรุษจีนร่วงต่อไหม !  เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แกร่ง

ปัจจัยบวกลบที่ต้องติดตาม

  • ช่วงเทศกาลตรุษจีน ตลาดเงิน ตลาดทุน และ ตลาดทองคำ ของจีนจะหยุดยาว ตลอดทั้งสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 12- 16 ก.พ. อาจส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขาย โดยรวมของตลาดทองคำจีน และบางประเทศเอเชีย ชะลอตัวลงในช่วงเทศกาลตรุษจีน
  • ตัวเลขที่สำคัญทางเศรษฐกิจสหรัฐ  เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค. ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ และ ยอดค้าปลีกเดือนม.ค.ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด
  • นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจาก นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า ชัยชนะในการทำสงครามกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซานั้นอยู่แค่เอื้อม พร้อมกับปฏิเสธข้อเสนอจากกลุ่มฮามาสที่ต้องการพักรบชั่วคราวเพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกัน

สำหรับแนวโน้มทิศทางทองคำหลังตรุษจีน ยังคงเคลื่อน ไหวการแกว่งตัวในกรอบ Sideway  หลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาแล้วในระดับหนึ่ง มีแรงขายสลับเข้ามากดราคาเพิ่มขึ้นโดยราคาทองคำขึ้นกับปัจจัยต่างประเทศ และค่าเงินบาทว่าจะอ่อนหรือแข็งค่ามากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ราคาพยามทดสอบแนวต้านโซน 2,042-2,049 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนได้ จะทำให้ระยะสั้นราคามีแนวโน้มราคาอ่อนตัวลง

โดยประเมินแนวรับบริเวณ 2,018-2,001 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  แนะนำเปิดสถานะขาย หากราคาไม่ผ่านโซนแนวต้านดังกล่าว   ซึ่งให้ตัดขาดทุนหากราคาสามารถยืนเหนือระดับ 2,066 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เมื่อราคาปรับตัวลงอาจพิจารณาดูบริเวณแนวรับ หากยืนได้  แนะนำทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไร

อย่างไรก็ตาม ประเมินแนวต้านแรกที่ 2,049  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวต้านถัดไปที่  2,066  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวต้านสุดท้ายที่ 2,088 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวรับแรกที่ 2,018 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  แนวรับถัดไปที่  2,001 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์   และแนวต้านสุดท้ายที่ 1,986 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์