เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทอ่อน ! นำโด่งภูมิภาค เกิดจากสาเหตุอะไร

14 ม.ค. 2567 | sukanya_san

เงินบาทอ่อน ! นำโด่งภูมิภาค เกิดจากสาเหตุอะไร

ธนาคารกรุงศรีอยุธยาประเมินเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 34.75-35.30   บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จับตาราคาทองคำ-น้ำมัน-บอนด์ยีลด์สหรัฐ-ท่าทีของธปท.ต่อการบีบลดดอกเบี้ยของการเมือง  เผยสถิติการเคลื่อนไหวภูมิภาคตั้งแต่ 2 ม.ค. – 12 ม.ค.เงินบาทอ่อนนำโด่งภูมิภาค

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า เงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 34.75-35.30   บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าย่ำฐาน รอปัจจัยชี้นำใหม่ เช่น ราคาทองคำ และน้ำมัน รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐหรือบอนด์ยีลด์ ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ และท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

นอกจากนี้ต้องยอมรับว่าความเสี่ยงเรื่องภูมิรัฐศาสตร์มีสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบที่ต้องนำเข้า และค่าขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้น

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคช่วง  2 ม.ค.- 12 ม.ค. พบว่า  สกุลเงินส่วนใหญ่อ่อนค่า นำโดยบาท-ไทย 2.63%  รองลงมาเป็น วอน-เกาหลีใต้  1.96%  ดอลลาร์-ไต้หวัน  1.33% ริงกิต-มาเลเซีย 1.11% รูเปียห์-อินโดนีเซีย  1.02% เปโซ-ฟิลิปปินส์ 1.02% ดอง-เวียดนาม 0.98% หยวน-จีน 0.89% ดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.76%  ยกเว้นรูปี-อินเดียแข็ง 0.27% 

 

เงินบาทอ่อน ! นำโด่งภูมิภาค เกิดจากสาเหตุอะไร

สาเหตุที่เงินบาทบาทอ่อนค่าสุดในภูมิภาคเกิดจาก

- ปัจจัยตลาดกลับมาทบทวนว่าเฟดอาจไม่ลดดอกเบี้ยเร็ว

- ความเห็นต่างเรื่องดอกเบี้ยระหว่างรัฐบาลและธปท. โดย ตลาดกังวลว่าธปท.อาจถูกกดดันให้ลดดอกเบี้ยเร็ว อีกทั้งไม่เป็นอิสระ

-  ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 6.2 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 1.4 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้มองว่าธปท.จะไม่ลดดอกเบี้ยเร็ว อย่างน้อย ๆ ตรึงไว้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้  

1. ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังสอดคล้องกับที่ธปท.คาดการณ์ก่อนหน้านี้

2. หากลดดอกเบี้ยไป แต่ผลกว่าจะเกิดขึ้นอีก 2-3 ไตรมาส ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลสามารถเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีได้ (พรบ.งบประมาณน่าจะผ่านตอนไตรมาส 2 )จะยิ่งไปเพิ่มแรงกระตุ้น

3. เงินเฟ้อแม้ติดลบในช่วงนี้ แต่ระยะต่อไป มีแนวโน้มปรับขึ้นตามต้นทุน ภัยแล้ง และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม หากจะลดดอกเบี้ยคาดว่าจะลดตามดอกเบี้ยโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่อาจเปลี่ยนไป มากกว่าลดเพราะแรงกดดันทางการเมือง

 

นายพูน  พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า   นับตั้งแต่ต้นปีนี้ เงินบาทเริ่มทยอยผันผวนอ่อนค่าต่อเนื่อง ท่ามกลางการทยอยปรับลดความคาดหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ย "เร็วและลึก" ของเฟด หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นตลาดแรงงานและล่าสุด อัตราเงินเฟ้อ CPI ยังไม่ได้สะท้อนถึงความจำเป็นในการรีบลดดอกเบี้ยของเฟดมากนัก

อย่างไรก็ดี เงินบาทก็เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม จากความกังวลแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งภาพดังกล่าวยังได้ส่งผลให้ บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาเทขายสินทรัพย์ไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเริ่มไม่แน่ใจต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของไทย

ทั้งนี้แม้ว่าผู้เล่นในตลาดจะเริ่มคาดหวังว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1-2 ครั้งในปีนี้ (เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงกลางปี) โดยคงมุมมองเดิมว่า ภายใต้การประเมินนโยบายการเงินแบบ Out look Dependent & Look Through Noise ของ ธปท.

หากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและอัตราเงินเฟ้อไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์ของ ธปท. อย่างมีนัยสำคัญ เช่น อัตราการเติบโตเศรษฐกิจต่ำกว่า +3% ชัดเจน เช่น ต่ำกว่า 2.5%  หรือ อัตราเงินเฟ้อของไทย โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมผลของราคาพลังงานและอาหาร อยู่ในระดับต่ำกว่าขอบล่างของเป้าหมาย 1%-3% ของ ธปท. เป็นระยะเวลานาน

ธปท. ก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่ง ธปท. มองว่า ระดับ 2.50% นั้นเป็นระดับที่เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ประเมินล่าสุด

ทั้งนี้มองว่า ธปท. อาจลดดอกเบี้ยลงได้ หากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยอาจแย่กว่าคาดชัดเจน ซึ่งต้องเห็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงในฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ซบเซากว่าคาด

ขณะที่ประเด็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการ Digital Wallet นั้น ประเมินว่า ต่อให้ไม่มีมาตรการดังกล่าว ธปท. ก็อาจไม่ได้จำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และปัจจัยภายนอกที่จะกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย อาจมีผลมากกว่าปัจจัยภายในอย่างมาตรการ Digital Wallet

ข่าวล่าสุด