svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

แรงขายหุ้น DELTA-ค้าปลีก ทุบหุ้นไทยดิ่ง

29 พฤศจิกายน 2566

ตลาดหุ้นไทยปิดร่วง 13.73 จุด สอดรับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่แดงยกแผง ผนวกแรงขายหุ้น DELTA-ค้าปลีกฉุดดัชนี ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 3,327.55 ล้านบาท มองกรอบดัชนีพรุ่งนี้ที่ระดับ  1,365-1,400 จุด 

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ  1,387.69 จุด ลบ 13.73 จุด หรือ -0.98 % โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุด  1,405.35 จุด ต่ำสุด 1,386.98  จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 51,497.61  ล้านบาท กับ Nation Onlineว่า


หุ้นไทยปิดร่วง สอดรับกับตลาดหุ้นในกลุ่มภูมิภาคที่แดงยกแผง โดยกลุ่มที่กดดัชนีหลัก ๆ คือ อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA กดดัชนี 4.8 จุด)  กลุ่มค้าปลีก (CPALL กดดัชนี 2.2 จุด,CPAXT, BJC, GLOBAL) จากปัจจัยเฉพาะตัว  ขณะที่กลุ่มที่หนุนดัชนีคือ กลุ่มพลังงาน (PTT, GPSC, GULF, RATCH)    

ด้านมูลค่าการซื้อขายวันนี้พบว่า นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 3,327.55 ล้านบาท ในประเทศซื้อสุทธิ 2,344.54 ล้านบาท สถาบันซื้อสุทธิ 694.84  ล้านบาท บัญชีบล.ซื้อสุทธิ 288.17 ล้านบาท

สำหรับหุ้นที่ปรับตัวขึ้น เช่น SCGP +1.3% แรงหนุนจากคาดกำไร 4Q23F กลับมาโต y-y, q-q และสัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีนเป็นตัวเร่งหนุน ผสานหุ้นซื้อขายอยู่บน PER24F 25 เท่า ไม่แพงเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วง Upcycle 25-30 เท่า แนะนำซื้อ SCGP (TP*24F-42)  

 

 

แรงขายหุ้น DELTA-ค้าปลีก ทุบหุ้นไทยดิ่ง

ขณะที่ GPSC +3.8%, GULF +0.5% แรงหนุนจาก 1. เงินบาทแข็งค่าเร็วจาก 35.4 บาทปลายสัปดาห์สู่ 34.7 +/- บาท โดยทุก ๆ 1 บาทที่แข็งค่าจะหนุนกำไร GPSC ราว 2% และหนุนกำไร GULF ราว 4%  2.  บ่ายนี้ กกพ.เคาะขึ้นค่าไฟงวดใหม่เป็น 4.68 บาท มีผล ม.ค.-เม.ย.67

ส่วน MTC +1.7%, SAWAD +1.7% แรงหนุนจากวงจรดอกเบี้ยที่เป็นปลายทางทั้งสหรัฐและไทย  โดยแนวโน้ม US Bond และ Thai Bond ปรับลงต่อและปรับลงแรง  

ส่วน GFPT +1.87%,CPF +1.03%, BTG +1.28%,TU 2.05% กลุ่มส่งออกสัตว์มีจิตวิทยาบวกจากความคาดหวังไทยจะส่งออกไก่ไปญี่ปุ่นเพิ่มหลัง ญี่ปุ่นตรวจพบไข้หวัดนก H5 ระบาดเป็นครั้งแรกในฤดูกาล

นอกจากนี้คาดการณ์ราคาหมูที่กลับไปเหนือต้นทุนการเลี้ยงได้ใน 1Q67 เราชอบ GFPT(TP 13.40) แนวโน้มการส่งออกไก่เป็นปัจจัยบวกหลัก และCPF(TP20.0) เพราะราคาหมูไทย จีน เวียดนามฟื้นตัวและ TU(TP 16.2)  โดยแนวโน้มการเติบโตของทูน่ากระป๋อง และต้นทุนทูน่าลดลง

ส่วน AURA +0.7% Outperform กว่าตลาดปรับเพิ่มขึ้นตามราคาทองคำ +1.34%d-d ปิดที่ 2041.13 ดอลลลาร์สหรัฐต่อออนซ์) ขึ้นทดสอบระดับ All Time High จากความคาดหวังมุมมองดอกเบี้ยปลายทางทำให้ Dollar อ่อนค่าแรง มองเทรดตามราคาทองคำ โดย AURA นับตั้งแต่ต้นปีราคา -15% ยัง Laggard ราคาทองคำ ตั้งแต่ต้นปีปรับเพิ่ม 11.9%วางแนวรับแรกที่  14.9 บาท แนวรับถัดไปที่ 14.7 บาท  แนวต้านแรกที่ 15.1 บาท แนวต้านถัดไปที่ 15.6 บาท จุด Cut loss  <14.5 บาท 

อย่างไรก็ตาม ประเมินหุ้นไทยพรุ่งนี้แกว่งไซด์เวย์  มองกรอบดัชนีที่  1,365 -1,400 จุด   ซึ่งจะต้องติดตามการรายงาน PMI ฝ่ายจัดซื้อของจีนในวันพรุ่งนี้ และการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสเกี่ยวกับการลดกำลังการผลิตน้ำมัน 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

AOT มูลค่าการซื้อขาย 6,453.70 ล้านบาท ปิดที่ 59.00 บาท ลดลง 1.50 บาท

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 4,867.03 ล้านบาท ปิดที่ 51.75 บาท ลดลง 3.00 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,011.42 ล้านบาท ปิดที่ 153.00 บาท ลดลง 0.50 บาท

DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,435.93 ล้านบาท ปิดที่ 77.00 บาท ลดลง 4.75 บาท

GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,022.97 ล้านบาท ปิดที่ 47.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท





แรงขายหุ้น DELTA-ค้าปลีก ทุบหุ้นไทยดิ่ง