เนชั่นทีวี

Business thai

บี.กริม เพาเวอร์ลุยขยายพอร์ตโรงไฟฟ้า ใน-นอกประเทศ 

13 พ.ย. 2566 | sukanya_san

บี.กริม เพาเวอร์ลุยขยายพอร์ตโรงไฟฟ้า ใน-นอกประเทศ 

 บี.กริม เพาเวอร์เดินหน้าขยายพอร์ตด้านพลังงานทดแทนต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เผยงบไตรมาส 3/66  ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งด้วยการพลิกทำกำไร 632 ล้านบาท  

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า  ทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯ  มุ่งขยายการลงทุน ทั้งโครงการใหม่และการเข้า ซื้อกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศ มุ่งขยายการดำเนินงานด้วยการลงทุนในพอร์ตธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ เช่น ประเทศเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, กรีซ, อิตาลี, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบีย

โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตจากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วเพิ่มขึ้นอีก 632 เมกะวัตต์ จาก 3,338 เมกะวัตต์ในสิ้นปี 2565 เป็น 3,970 เมกะวัตต์ภายในสิ้นปี 2566 โดยการดำเนินงานและการขยายธุรกิจตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกและบรรลุเป้าหมายการขยายพอร์ตสู่กำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในปี 2573 

สำหรับงบไตรมาสที่ 3/66 พลิกฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยสามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 632 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่จำนวน 25 ล้านบาท

ขณะที่กำไรสุทธิ (หลังหักรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งเกิดจากการแปลงมูลค่าทางบัญชีซึ่งไม่กระทบกระแสเงินสด) อยู่ที่จำนวน 344 ล้านบาท ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงไฟฟ้าอุตสาหกรรม (SPP) อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวดีขึ้นบางส่วนจากอัตรากำไรระหว่างค่า FT และต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติ

รวมถึงการขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมที่มากขึ้นส่งผลให้ปริมาณไฟฟ้าที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น  3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ยังเป็นผลจากปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติต่อหน่วยที่ลดลง  4.3%  จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานโรงไฟฟ้าที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ได้เชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ในประ เทศไทยรวม 39.5 เมกะวัตต์ ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในไตรมาส 3/66 ทำให้ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน กันยายน ได้เชื่อมต่อลูกค้าใหม่เข้าระบบแล้ว 51.7 เมกะวัตต์ เปรียบเทียบกับเป้าหมายทั้งปีที่ 50-60 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าในปีหน้าจะมีลูกค้าใหม่อีก 50-60 เมกะวัตต์เช่นกัน

สำหรับการขยายการลงทุนและการดำเนินงานที่สำคัญของบี.กริม เพาเวอร์ในช่วงที่ผ่านมา เช่น ในช่วงเดือนสิงหาคมได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินกำลังการผลิตติดตั้ง 23.5 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการภายใต้ KOPOS Co., Ltd. โดยตั้งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐเกาหลี

นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้า BGPAT3 ขนาด 140 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์ กับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีกลไกการส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงตามราคาก๊าซธรรมชาติเป็นระยะเวลา 25 ปี

ทั้งนี้ในเดือนตุลาคม  บริษัท RES Company Sicilia S.r.l. (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บี.กริม เพาเวอร์) ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมด  100% ใน บริษัท LT06 S.r.l.  เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ที่มีระบบหมุนตามดวงอาทิตย์ (tracking system) กำลังการผลิตติดตั้ง 80.9 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนรวมทั้งหมด 250-300 เมกะวัตต์ในประเทศอิตาลีที่อยู่ระหว่างพัฒนา โดยส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตในการเชื่อมต่อ Grid connection แล้ว

ส่วนของความคืบหน้าด้านการก่อสร้างโครงการใหม่นั้น ในเดือนธันวาคม 2566 มีกำหนดการ COD โครงการ BGPAT3 ขนาด 140 เมกะวัตต์ ซึ่งมี PPA แบบส่งผ่านต้นทุนพลังงานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  ขนาด 90 เมกะวัตต์ ถัดมาในปี 2567 มีกำหนดการ COD โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน อู่ตะเภา เฟสแรก ขนาด 18 เมกะวัตต์  ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้า  92% และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ GIFU ขนาด 20 เมกะวัตต์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม แบบติดตั้งบนบก KOPOS ขนาด 20 เมกะวัตต์ ในประเทศเกาหลีใต้

ทั้งนี้บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ได้รับการคัดเลือกจากองค์กรและหน่วยงานด้านความยั่งยืนทั้งในประเทศและต่างประเทศหลากหลายองค์กร ประกอบด้วย ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในเรตติ้งสูงสุด “AAA” จาก SET ESG Ratings (ชื่อเดิมคือ Thailand Sustainability Investment หรือ THSI)

การติดอันดับ S&P Global Sustainability Yearbook 2023 ด้วยคะแนนท็อป 10% ในกลุ่มบริษัทผู้นำ, การได้รับอันดับความน่าเชื่อถือระดับ BBB จาก MSCI ESG Rating รวมถึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก FTSE4Good Index Series เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี พร้อมขับเคลื่อนไปสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593

ข่าวล่าสุด