เนชั่นทีวี

Business thai

เช็กราคาทองคำสัปดาห์หน้ารุ่งหรือร่วง !

01 ต.ค. 2566 | sukanya_san

เช็กราคาทองคำสัปดาห์หน้ารุ่งหรือร่วง !

ราคาทองคำตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. - 29 ก.ย.ที่ผ่านมาปรับตัวลง 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ นักลงทุนกังวลเฟดคงอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน ขณะที่จีนกำลังเผชิญปัญหาฟองสบู่ "อสังหาริมทรัพย์" ส่วนแนวโน้มทองคำสัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไร เช็กข้อมูลได้ที่นี่ !

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด  เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์หน้ากับ Nation Online ว่า  ราคาทองคำช่วง 1 ก.ย.-29 ก.ย.ปรับตัวลงมาประมาณ 65  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

ขณะที่การประชุมเมื่อวันที่ 20 ก.ย. คณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ตามคาด แต่ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ 

นอกจากนี้จีนกำลังเผชิญปัญหาฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ บริษัทอสังริมทรัพย์ของจีน มีหนี้สินค้างชำระอยู่ 33.5 ล้านล้านหยวน (5.24 ล้านล้านดอลลาร์) เทียบเท่ากับ 1 ใน 3 GDP ของ จีน หลายบริษัทตกอยู่ในสภาพแบบ Evergrande คือผิดนัดชำระหนี้

นอกจากนี้ผู้ว่า ธปท. ส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ย ย้ำระดับ 2.50% ในปัจจุบันอยู่ระดับเหมาะสม หากเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อ เป็นไปตามคาด  ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีเรียกผู้ว่าธปท.หารือเศรษฐกิจ - นโยบายการเงิน 2 ต.ค.นี้นั้น  อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาท หลังจากค่าเงินบาท ปัจจุบันพบว่าผันผวนมากกว่าปกติ  ทั้งนี้ ผู้ว่า ธปท.  ยืนยันว่า ไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดและชะลอเงินไหลออก โดยเป้าหมายคือ ดูในเรื่องกระทบเสถียรภาพและผลกระทบต่อเงินเฟ้อในทางอ้อม

เช็กราคาทองคำสัปดาห์หน้ารุ่งหรือร่วง !

ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามสัปดาห์หน้า

- ความคืบหน้าของสภาคองเกรสอนุมัติผ่านร่างงบประมาณชั่วคราว

- วันชาติของประเทศจีน (Chinese National Day) จะตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี และปีนี้จะครบรอบ 74 ปี ซึ่งในประเทศจีนจะให้เป็นวันหยุดตั้งแต่ วันที่ 1 ถึง 7 ตุลาคม อาจส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายทองคำของจีนอาจเบาบางลง

- การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์นี้ เพื่อสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐเพิ่มเติม โดยจะมีการเปิดเผยตัวเลขตัวเลข ดัชนีภาคการผลิต และ ดัชนีภาคการบริการ เดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน จาก ADP และ การจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงาน และ รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง ของเดือนกันยายน

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้าคาดว่า แกว่งตัวในกรอบ  Sideway down   หลังราคาทองคำมีแรงขายออกมาอย่างชัดเจนมากขึ้น หากราคามีดีดตัวขึ้นจำกัดไม่สามารถยืนเหนือบริเวณแนวต้าน ราคายังมีโอกาสที่ดัชนีจะอ่อนตัวลงได้ต่อ

โดยแนวต้านระยะสั้นประเมินบริเวณ 1,884-1,901 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สำหรับขณะที่แนวรับประเมินไว้ที่โซน 1,851-1,833 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น อาจเปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่านแนวต้านดังกล่าว แต่เป้าหมายทำกำไรอาจสั้นหน่อยที่ 1,859-1,851 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากยืนไม่อยู่ชะลอการปิดสถานะขายทำกำไร   ทั้งนี้สถานะขายควรตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 1,901 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

อย่างไรก็ตาม ประเมินแนวต้านแรกที่ 1,884 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวต้านถัดไปที่    1,901 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวต้านสุดท้ายที่ 1,919 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์แนวรับแรกที่ 1,851 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวรับถัดไปที่ 1,833 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และแนวรับสุดท้ายที่  1,815 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ข่าวล่าสุด