เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทอ่อน !  นำโด่งภูมิภาคเกิดจากสาเหตุอะไร

17 ก.ย. 2566 | sukanya_san

เงินบาทอ่อน !  นำโด่งภูมิภาคเกิดจากสาเหตุอะไร

กูรูตลาดเงินประสานเสียงเฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25-5.50%  ในการประชุมวันที่ 19-20 ก.ย.นี้ หลังเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว  แบงก์กรุงศรีอยุธยาประเมินเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-36.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เผยสถิติตั้งแต่ 1 ก.ย.- 15 ก.ย. เงินบาทอ่อนครองแชมป์ภูมิภาค

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า  ค่าเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-36.20  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เกาะติดประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดวันที่ 19-20 ก.ย.นี้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 5.25-5.50%  

รวมถึงการการประมาณการดอกเบี้ย (dot plot) ภาวะเศรษฐ กิจ และเงินเฟ้อโดยเจ้าหน้าที่เฟด หากเฟดแข็งกร้าวกว่าที่ตลาดคาด เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อได้อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า  นอกจากนี้ นักลงทุนจะติดตามผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) เช่นกัน

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคในช่วง 1 ก.ย.- 15  ก.ย. พบว่าบาท-ไทยอ่อนค่ามากสุด   2.23% รองลงมาเป็นริงกิต-มาเลเซีย 0.97% รูเปียห์-อินโดนีเซีย 0.80% ดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.78% ดอง-เวียดนาม 0.68% เปโซ-ฟิลิปปินส์  0.38%รูปี-อินเดีย 0.31%วอน-เกาหลีใต้ 0.25% ดอลลาร์-ไต้หวัน  0.20%  หยวน-จีน  0.14%

  เงินบาทอ่อน !  นำโด่งภูมิภาคเกิดจากสาเหตุอะไร

สาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่าสุดในภูมิภาคเป็นผลมาจาก

  • ถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง
  • ราคาทองคำที่ลดลง
  • เงินทุนไหลออก นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นขายสุทธิหุ้นไทยตั้งแต่ 1 ก.ย.-14 ก.ย. ประมาณ 1  หมื่นล้านบาท และขายพันธบัตรสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท  
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯส่วนใหญ่สดใสเกินคาด
  • ตลาดขาดความเชื่อมั่นในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน

เงินบาทอ่อน !  นำโด่งภูมิภาคเกิดจากสาเหตุอะไร

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า จากแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะในส่วนของการจ้างงาน และทิศทางอัตราเงินเฟ้อที่มีโอกาสชะลอลงกลับเข้าสู่เป้าหมายของเฟดได้ ทำให้ยังคงมุมมองเดิมว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% และย้ำมุมมองเดิมว่า เฟดได้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว

ดังนั้น เราจึงมองว่า ประเด็นที่จะมีผลกับตลาดการเงิน อาจไม่ใช่เรื่องการตัดสินใจ "คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย" ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเรามองว่า เฟดไม่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยสวนทางกับสิ่งที่ตลาดคาดหวัง เนื่องจากปกติแล้ว หากตลาดให้โอกาสเกิน 80% ในการดำเนินนโยบายการเงิน ไม่ว่าจะ “ขึ้น” “คง” หรือ “ลด” ดอกเบี้ย เฟดจะไม่ดำเนินนโยบายสวนมุมมองของตลาด เพราะจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดโดยไม่จำเป็น

แต่หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย สวนทางกับสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ โดยให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และเฟดมีความกังวลแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ เงินดอลลาร์ก็มีโอกาสแข็งค่าต่อ กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญที่ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเราเคยประเมินไว้ได้ไม่ยาก หรือเงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุระดับดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าเฟดน่าจะคงอัตราดอกเบี้ย ตามที่ตลาดคาดหวังไว้ ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินดอลลาร์มากนัก แต่สิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินดอลลาร์ได้ คือ คาดการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) โดยในกรณีที่ เฟดมีการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจ หรือ มองเศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้น

พร้อมกับปรับมุมมองต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น คงอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่มองว่า อาจขึ้นได้อีกครั้ง และย้ำมุมมองทยอยลดดอกเบี้ยลงในปีนี้ เราประเมินว่า เงินดอลลาร์มีโอกาสพลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง หนุนให้เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับแรก 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (โซนถัดไป 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

แต่หากเฟดคงอัตราดอกเบี้ย และไม่ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ รวมถึง Dot Plot หรืออาจมองภาพเศรษฐกิจดีขึ้นจากเดิม และคงคาดการณ์ Dot Plot เราคาดว่า เงินดอลลาร์ก็อาจยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง แต่คงไม่ได้แข็งค่าขึ้นต่อได้ชัดเจน เงินบาทอาจแกว่งตัว sideway ใกล้โซน 34.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ เป็นสิ่งที่ผิดหวังมากที่สุด หลังการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นลง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังคงทยอยขายสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง ซึ่งก็อาจมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว

โดยในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า แม้แรงขายหุ้นไทยอาจชะลอลงบ้าง แต่แรงขายบอนด์ไทยก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องจากประเด็นดังกล่าว นอกเหนือจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่กดดันบอนด์ยีลด์ทั่วโลก

อย่างไรก็ดี หวังว่าหากรัฐบาลสามารถสื่อสารได้ชัดเจน ถึงแนวทางในการจัดสรรงบประมาณสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึง มีการเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น อาทิ การดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจากมาตรการ ฟรีวีซ่า ก็อาจช่วยหนุนให้ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้าตลาดทุนไทยได้ และภาพดังกล่าวอาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้เช่นกัน

ทั้งนี้มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 35.40 - 36.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเงินบาทอาจผันผวนในกรอบกว้างและใกล้จะถึงจุดเลือกทิศทางในระยะสั้น ซึ่งต้องรอลุ้นผลการประชุม FOMC ของเฟด (รับรู้เช้าวันพฤหัสฯ  01.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) 

ขณะที่การประชุมธนาคารกลางหลักอื่นๆ ทั้งธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินดอลลาร์ รวมถึงเงินบาทได้พอสมควร โดยเฉพาะในส่วนของ BOJ ที่หากมีการส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ก็อาจหนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้

นอกจากนี้ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคการบริการ(Manufacturing & Services PMIs) จากบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก

สำหรับเงินบาทยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปตามทิศทางของทั้งเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ ราคาน้ำมันดิบ รวมถึงทิศทางค่าเงินฝั่งเอเชีย (จับตาทิศทางเงินเยนญี่ปุ่นที่อาจผันผวนสูง) โดยตลาดจะรอลุ้นผลการประชุม FOMC, BOE และ BOJ รวมถึงรายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ CPI และ ดัชนี PMI ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก 

สำหรับปัจจัยในประเทศ ควรจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ หลังนักลงทุนต่างชาติยังไม่กลับเข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทยอย่างที่เราได้ประเมินไว้ 

ไฮไลท์ข้อมูลเศรษฐกิจ

สหรัฐฯ ตลาดจะรอลุ้น ผลการประชุม FOMC และรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการเดือนกันยายน
 
- ยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นผลการประชุม BOE และรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB หลัง ECB ได้ขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ทว่า ตลาดกลับยิ่งกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน สะท้อนผ่านการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินยูโร (EUR)

นอกจากนี้ตลาดจะรอลุ้นรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการเดือนกันยายน รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซนและอังกฤษ 

- เอเชีย ตลาดจะรอลุ้นผลการประชุม BOJ และรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น อาทิ ดัชนี PMI และอัตราเงินเฟ้อ CPI เป็นต้น

ข่าวล่าสุด