นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.57 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทผันผวนอ่อนค่าลง (แกว่งตัวในช่วง 35.49-35.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ) ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังรายงานดัชนี ISM Services PMI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมากังวลว่าเฟดมีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อได้และเฟดก็อาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นาน
นอกจากนี้การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังได้กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งเรามองว่าโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทในช่วงนี้เช่นกัน
แม้ว่าดัชนี ISM PMI ภาคการบริการสหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.5 จุด ดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ข้อมูลดังกล่าวกลับทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นต่อได้ หรือ เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานขึ้น หากอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงช้า เนื่องจากดัชนี PMI ภาคการบริการในส่วนราคา และการจ้างงานต่างก็ปรับตัวขึ้นพอสมควร
ซึ่งความกังวลต่อแนวโน้มการเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของเฟดได้กดดันให้ หุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ต่างปรับตัวลดลง ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาดราว -0.70%