นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในภาพใหญ่ช่วงครึ่งหลังปี 2566 มีโอกาสปรับตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรกและมีความเป็นไปได้ที่จะปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ครึ่งปีแรกทำไว้ที่ 2,079 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยวายแอลจีมองปัจจัยหนุนที่จะทำให้ครึ่งปีหลังราคาทองคำในภาพใหญ่จะมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ มาจาก 3 ปัจจัยดังนี้
1.ความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย เแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงยืนยันเดินนโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง แต่นโยบายดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อภาคการเงินของสหรัฐ ดังเห็นได้จากวิกฤตสถาบันการเงินที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และตลาดยังมีความกังวลว่านโยบายขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลกระทบต่อความสามารถชำระหนี้ของบรรดาลูกหนี้โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเร็วขึ้น
2.ความไม่สงบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังคงยืดเยื้อและคาดเดาสถานการณ์ได้ยาก แม้ว่าจะไม่ใช่ประเด็นใหม่ แต่เหตุการณ์นี้ก็ยังไม่ยุติ สถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจึงอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
3.จีนทำการสะสมทองคำเพิ่มอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 7 เดือน ล่าเดือนเดือน พ.ค. 2566 จีนสะสมทองคำรวมทั้งสิ้น 2,092 ตัน โดยมองว่าการสะสมทองคำนี้ เป็นผลมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของจีนและสหรัฐ