นายเมธัส กล่าวเพิ่มเติมว่า จากอัตราภาษีที่ 19% ดังกล่าว ซึ่งใกล้เคียงกับสมมุติฐานกรณีที่ดีที่สุด (Best Case) ที่ TISCO ESU ประเมินไว้ที่ 20% ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ โดยในปี 2568 คาดว่ามีโอกาสที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.9% จากเดิมที่ 1.6% และในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 1.6% จากเดิมที่ 1.4% ภายใต้หากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวในระดับที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าประมาณการที่ 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อาทิ สถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ข้อพิพาทชายแดนกับกัมพูชา และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดต่อไป
ในด้านนโยบายการเงิน TISCO ESU ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% ในการประชุมวันที่ 13 สิงหาคม 2568 นี้ เนื่องจากพื้นที่ในการดำเนินนโยบายมีจำกัด หลังจากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยไปแล้วรวม 0.75% ในช่วงที่ผ่านมา และอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ค่อนข้างสอดคล้องกับสมมุติฐานของ ธปท.
อย่างไรก็ตาม นายเมธัส ยังประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงอีกในช่วงปลายปี ไปอยู่ที่ 1.25% ในปีนี้ โดยอาจเกิดขึ้นในการประชุม 2 ครั้งสุดท้ายในเดือนตุลาคมและเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่คุณวิทัย รัตนากร จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย