นางดุสิดา ทัพวงษ์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ บสย. กล่าวว่า นโยบายที่ทางสำนักงานเขต บสย. ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าพิชิตเป้าหมายในปีนี้ ได้แก่
1. การพัฒนาศักยภาพความรู้ทางการเงินของพนักงาน เพื่อตอบโจทย์การให้คำแนะนำผู้ประกอบการ SMEs ในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ได้จ่ายค่าประกันชดเชย หรือ ลูกหนี้ บสย. จะมีการให้คำปรึกษาและแนะนำการปรับโครงสร้างหนี้ที่มุ่งช่วยให้ SMEs ปลดหนี้ยั่งยืน และสามารถกลับมาเดินหน้าธุรกิจต่อได้
2. การนำองค์ความรู้ด้านการวิเคราะห์ศักยภาพทางการเงิน โดยเฉพาะการนำ Credit Scoring มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมิน และคาดการณ์ศักยภาพทางการเงินของ SMEs พร้อมให้คำแนะนำ หรือข้อปรับปรุงเพิ่มเติมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น
3. การจัด Data Management by Segmentation การใช้ประโยชน์จาก Big Data ฐานข้อมูลการค้ำประกันสินเชื่อของแต่ละสำนักงานเขต มาวิเคราะห์ข้อมูลในมิติด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาโอกาสในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกสำนักงานเขตสามารถดูแลลูกค้าตาม Business Segment ต่างๆ เพื่อทำ Business Matching อาทิ กลุ่มลูกค้า Role Model ที่ประสบความสำเร็จ โดยนำเคสเหล่านี้ไปเป็นต้นแบบในการดำเนินธุรกิจให้กับ SMEs รายอื่นๆ เป็นต้น
4. พัฒนาบุคลากรสำนักงานเขต บสย. สู่ที่ปรึกษาทางการเงิน ผ่านการอบรมทั้งจากผู้เชี่ยวชาญทีม “หมอหนี้ บสย.” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2567 และจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญภายนอก ให้การอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเกี่ยวกับการวิเคราะห์ การอนุมัติสินเชื่อ การแก้ปัญหาหนี้ และการวิเคราะห์เคสจริง เพื่อสอบเป็น Financial Advisor ซึ่งปัจจุบันทุกสำนักงานเขต บสย. มีพนักงานสอบผ่านการทดสอบความรู้ การวิเคราะห์ทางการเงิน ได้รับ Financial Advisor Certificate จำนวน 44 ราย
5. ปรับภาพลักษณ์ และยกระดับสำนักงานเขต ให้เปิดรับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ก้าวสู่การเป็น Financial & Digital Gateway โดยเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงสถานที่ในการจัดอบรม การประชุม ของหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน