อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายใน ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว จึงได้มีประชุมหารือร่วมกับจังหวัดชุมพรและนครศรีธรรมราช โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตามสถานการณ์การซื้อขายทุเรียนอย่างใกล้ชิด ณ โรงคัดบรรจุผลไม้ (ล้ง) รวมทั้งได้ประสานสมาคมการค้าผลไม้ที่เกี่ยวข้องกำชับสมาชิกสมาคมฯ ให้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ในราคาที่เป็นธรรม ไม่กดราคารับซื้อ รวมทั้งให้แสดงราคารับซื้อให้ชัดเจน และใช้เครื่องชั่งที่มีมาตรฐาน ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่ 66 พ.ศ. 2566 เรื่องการแสดงราคารับซื้อสินค้าเกษตร ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจที่เป็นผู้รวบรวม โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ต้องแสดงราคารับซื้อให้ชัดเจน ภายในเวลา 8.00 น. ของทุกวัน หรือทันทีที่เปิดทำการรับซื้อ ณ บริเวณหน้าจุดรับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรได้รับทราบและสามารถเปรียบเทียบราคารับซื้อได้ ทั้งนี้ ขอกำชับให้ผู้รวบรวมและล้งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการกดราคารับซื้อ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีไม่แสดงราคารับซื้อ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีดัดแปลงแก้ไขเครื่องชั่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท
“กรมการค้าภายใน ได้เตรียมแผนรองรับด้านการตลาดภายในประเทศ โดยได้ประสานภาคีเครือข่ายของกรมฯ อาทิ ห้างค้าปลีกค้าส่ง ห้างท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดกลาง ในการเชื่อมโยงกระจายทุเรียนเพื่อจำหน่ายให้ประชาชน โดยเน้นคุณภาพและราคาที่เป็นธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้พร้อมดำเนินการทันที” นายวิทยากร กล่าว