ทั้งนี้ ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2572 จะมีความต้องการใช้งานบรอดแบนด์โทรศัพท์มือถือภายในประเทศไทยถึง 1,156 GB ต่อคนต่อปี และจะมีการประยุกต์ใช้ Smart 5G เข้ากับภาคส่วนอุตสาหกรรมในกิจการต่างๆ เช่น การผลิตของภาคเกษตรกร การจัดระเบียบเมืองให้ปลอดภัยระบบขนส่งมวลชนที่ตรงต่อเวลาและสามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้ และประยุกต์ใช้ Smart 5G กับการพัฒนาทางด้านการศึกษา ดังนั้น กสทช. จึงจะขยายเครือข่าย 5G เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ทุกคนจะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่สามารถเชื่อมต่อและส่งข้อมูลได้ในทันที พร้อมทั้งพัฒนาศูนย์ USO ให้มีความทันสมัยเพื่อรองรับกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะระบบสาธารณสุข การเข้าถึงทางการแพทย์ ที่ต้องการข้อมูลเพื่อช่วยเหลือชีวิตคนได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ กสทช. จะส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมนวัตกรรมจัดตั้งพื้นที่ทดลอง (Regulatory Sandboxes) ที่อนุญาตให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทดลองใช้เทคโนโลยี AI ในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย ส่งเสริมภาคบริการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และสร้างระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่ง
"กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแล จะต้องสร้างความมั่นใจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย แข่งขันอย่างโปร่งใส เป็นธรรม หลีกเลี่ยงการออกกฎเกณฑ์ควบคุมมากเกินไป และทำงานร่วมกับภาคเอกชนในทุกมิติ" ประธาน กสทช. กล่าว