นอกจากนี้ ฐานผู้ป่วยประกันตนในปี 2567 ล่าสุดอยู่ที่ 180,000 ราย จากโควต้า 200,000 กว่าราย แต่ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ จะเป็นช่วงขอเปลี่ยนสถานพยาบาลของประกันสังคมรอบใหม่ คาดว่าจะได้ผู้ป่วยประกันสังคมเพิ่มแต่ไม่น่าจะเกิน 200,000 ราย เนื่องจากธุรกิจย่านลาดพร้าวมีการขยายตัวไม่มาก โดยช่วงต้นปีที่ผ่านมา LPH ได้เปิดศูนย์การแพทย์ประกันสังคมลาดพร้าวแห่งใหม่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลเดิมด้วย เพื่อรองรับฐานผู้ป่วยที่ใหญ่ขึ้น สามารถรับผู้ป่วยนอกประกันสังคม วันละ 1,000 คน และเป็นศูนย์ตรวจสุขภาพประกันสังคมด้วย
สำหรับความคืบหน้าแผนการลงทุนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ที่ถนนลาดพร้าว รพ.จักษุอินเตอร์ฯลาดพร้าว และรพ.ศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร มูลค่าการลงทุนรวม 1,300 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้างตึก 500 ล้านบาท และค่าอุปกรณ์การแพทย์ 800 ล้านบาท การก่อสร้างล่าช้าออกไปจากเดิม
เนื่องจากมีการปรับแบบอาคารใหม่เพิ่มในเรื่องของอาคารสีเขียว (Green Building) เป็นเทรนด์รักษ์โลกในขณะนี้ คาดว่าภายในไตรมาส 2/2567 จะเริ่มการก่อสร้างได้ และปลายปี 2568 คาดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ ซึ่งจะรองรับคนไข้พรีเมี่ยมและคนไข้ต่างชาติ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับ LPH
สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดปี 2566 (สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2566) มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,261.64 ล้านบาท ลดลง 7.20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้รวม 2,437.03 ล้านบาท เนื่องจากสิ้นสุดการระบาดของโควิด-19 โดยมีรายได้จากการรักษาพยาบาลตามปกติธุรกิจ 1,944.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 6.34% มีรายได้จากการบริการ 288.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.51% แต่รายได้จากการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยลดลง 100% จากการสิ้นสุดภาวะการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 63.55 ล้านบาท ลดลง 80.32% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท เป็นจำนวนเงินรวม 108 ล้านบาท โดยจ่ายจากผลประกอบการกำไรสุทธิประจำปี 2566 ในอัตราร้อยละ 64.94 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท เป็นจำนวนเงินรวม 72 ล้านบาท และจ่ายกำไรสะสมยังไม่จัดสรรในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท เป็นจำนวนเงินรวม 36 ล้านบาท
โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 2 ครั้ง ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 และจ่ายปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท ดังนั้นคงเหลือการจ่ายเงินปันผลอีกในอัตราหุ้นละ 0.09 บาท วันกำหนดสิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 วันที่จ่ายปันผล 17 พฤษภาคม 2567