ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งว่าต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น 60-70 สตางค์ แต่ไม่ได้ให้ขึ้นตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง โดยพิจารณาต้นทุนน้ำนมดิบที่ปรับสูงขึ้นเป็นหลัก โดยไม่รวมถึงต้นทุนค่าแรง ค่าไฟฟ้า หรือค่าบรรจุภัณฑ์ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากเกินไป และต้องดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผู้ประกอบการให้อยู่ร่วมกันได้
ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องยื่นปรับขอขึ้นราคาผลิตภัณฑ์นมอย่างเป็นทางการ โดยผู้ผลิตจะต้องแสดงให้เห็นถึงข้อมูลสำคัญใช้ประกอบการขอขึ้นราคา ได้แก่
- เอกสารเกี่ยวกับการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร ในอัตราที่มีการปรับขึ้นใหม่แล้วที่ กก.ละ 22.75 บาท
- สูตรการผลิต ที่มีสัดส่วนการใช้น้ำนมดิบในการผลิตสินค้านมกล่อง หรือนมขวดของประเภทนั้น ๆ ซึ่งยืนยันว่าราคาขายปลีกผลิตภัณฑ์นม แต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อ จะปรับขึ้นไม่เท่ากัน เพราะแต่ละชนิดใช้น้ำนมดิบไม่เท่ากัน รวมถึงหากเป็นสต็อกการผลิตเก่าที่เป็นต้นทุนเดิมก็จะต้องขายตามราคาเดิมต่อไปด้วย