นอกจากนี้ยังพบว่าพฤติกรรมนักลงทุนรุ่นใหม่ ไม่สนใจลงทุนในทองคำกายภาพ แต่จะเน้นลงทุนผ่านดิจิทัลมากกว่า ดังนั้น YLG จึงพัฒนาบริการเพื่อมาตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่และกลุ่มรายย่อย ที่จะเติบโตเป็นนักลงทุนมืออาชีพต่อไปในอนาคต โดยแอปฯ Get Gold เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อหนึ่งวัน ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนซื้อ-ขายได้อย่างไร้ขีดจำกัด ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่ app store และ play store หรือโทร02 678 9888#1
สำหรับแนวโน้มทองคำในช่วงนี้ ราคาปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง YLG มองว่าแม้ว่าจะมีแรงซื้อสลับเข้ามาบ้าง แต่หากราคาปรับตัวขึ้น ในระดับจำกัด ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงต่อในช่วงสั้น แนะนำพิจารณาโซน 1,948-1,965 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการแบ่งทองคำออกขาย
ขณะที่การเข้าซื้อคืน ให้รอการปรับตัวลงเข้าใกล้แนวรับโซน 1,914 -1,891 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมองทิศทางทองคำระยะสั้นแกว่งตัวลง (Sideway down) อย่างไรก็ตาม ระยะกลาง-ยาวทิศทางราคาทองคำมีการแกว่งตัวในลักษณะแกว่งตัวขึ้น(Sideway) แนะนำนักลงทุนสามารถทยอยเข้าซื้อทองคำ เมื่อราคาอ่อนตัวลง ทดสอบแนวรับสำคัญต่าง ซึ่งเป็นจุดที่สามารถทยอยสะสมเพิ่มเติม โดยประเมินแนวรับโซน 1,891-1,804 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนได้ประเมินว่า ราคายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านโซน 2,048-2,079 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง
ส่วนทองคำในประเทศมองกรอบการเคลื่อนไหวของราคาระยะกลาง-ยาว โดยมีแนวรับบริเวณ 31,000-29,500 บาทต่อบาททองคำ และ แนวต้าน โซน 33,500-34,000 บาทต่อบาททองคำ(หมายเหตุ : ราคาทองคำแท่ง 96.5% คำนวณ อัตราแลกเปลี่ยน ณ ระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์) อย่างไรก็ดีแม้ราคาในระยะสั้นจะปรับตัวลงมา แต่เชื่อว่าภายในปีนี้ทองคำจะทำนิวไฮรอบใหม่แน่นอน เพราะปัจจัยกดดันเศรษฐกิจยังมีอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจถดถอย จึงมองว่าทองคำปีนี้มีโอกาสทะลุ 2,079 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์อีกครั้ง