svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ธุรกิจ-การตลาด

เอกชนชง"พิธา"ขับเคลื่อนท่องเที่ยวดันรายได้ 4.7 แสนล้าน

07 มิถุนายน 2566

ผู้ประกอบการภูเก็ตชง 6 ประเด็นต่อ "พิธา" ขจัดปัญหาอุปสรรค-ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ดันรายได้ฟื้นกลับ 4.7 แสนล้านบาท

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต  เปิดเผยว่า เตรียมเสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลออกมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวภูเก็ตใน  6 ประเด็นหลัก เนื่องจากภูเก็ตพึ่งพิงรายได้ภาคการท่องเที่ยวเป็นหลักถึง 90% โดยในปี 2562 ก่อนวิกฤติโควิด-19 ภูเก็ตสามารถทำรายได้การท่องเที่ยวสูงถึง 4.7 แสนล้านบาท จากฐานนักท่องเที่ยวรวม 14 ล้านคน

ทั้งนี้แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 10 ล้านคน สร้างรายได้ 4.2 แสนล้านบาท และชาวไทยอีก 4 ล้านคน สร้างรายได้ 5 หมื่นล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. เร่งแก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชน เช่น ปัญหารถแท็กซี่ ซึ่งเป็นปัญหาซ้อนปัญหา สั่งสมมานานหลายเช่น ไม่กดมิเตอร์ โก่งราคา ขอราคาเหมา เป็นต้น แต่ถ้าภูเก็ตอยากเป็น เวิลด์ คลาส เดสติเนชัน (World Class Destination) ก็ต้องเร่งแก้ไขด้วยการยกระดับระบบขนส่งมวลชนภาพรวมของทั้งจังหวัด

2.อยากให้รัฐสนับสนุนการท่องเที่ยว เพราะเป็น 1 ใน 2 เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยร่วมกับภาคการส่งออก ด้วยการจัดสรรงบประมาณโปรโมตภาคการท่องเที่ยวผ่านหน่วยงานภาครัฐ อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ)   

3.เร่งโปรโมตตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเที่ยวบินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการเดินทางเข้าประเทศไทย ขณะที่“การบินไทย” สายการบินแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง จะทำอย่างไรให้มีการเพิ่มเที่ยวบินและเพิ่มจุดบินรองรับดีมานด์มากขึ้น

4. สนับสนุนต้นทุนพลังงาน ต้นทุนสิ่งแวดล้อม และต้นทุนพลังงานสะอาดให้ภาคเอกชน
5.สนับสนุน จ.ภูเก็ต ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Expo 2028 Phuket Thailand” ชิงชัยแข่งกับอีก 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ เซอร์เบีย สเปน และอาร์เจนตินา ซึ่งจะมีการโหวตและรู้ผลว่าประเทศใดได้เป็นเจ้าภาพในวันที่ 21 มิ.ย.นี้
6.รัฐบาลใหม่สร้างสมดุล (Balance) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้ดี เพราะมีผลต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรง  

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าตลอดปี 2566 ตลาดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางเข้าภูเก็ต จะฟื้นตัวในเชิงจำนวน 60-70% ของฐานปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 14 ล้านคน และฟื้นตัวในเชิงรายได้ 70-80% ของปี 2562 ซึ่งมีรายได้รวม 4.7 แสนล้านบาท

ขณะที่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) ตั้งแต่เดือน เม.ย. จนถึงปัจจุบัน สถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าภูเก็ตไม่ค่อยดีนัก เดิมภาคเอกชนท่องเที่ยวคาดหวังว่าตลาดหลักนักท่องเที่ยวจีน จะเข้ามาช่วยอุดโลว์ซีซันที่ภาพรวมชาวต่างชาติชะลอการเดินทาง หลังจีนเปิดประเทศเมื่อเดือน ม.ค. 2566 แต่จากสถานการณ์ต่างๆ เช่น ยังมีเที่ยวบินตรงจากจีนเข้าภูเก็ตค่อนข้างน้อย เนื่องจากสนามบินภูเก็ตมีการปิดซ่อมบางส่วนในช่วงเวลาที่เที่ยวบินจากจีนนิยมทำการบินเข้ามา โดยจะซ่อมเสร็จและกลับมาเปิดให้บริการวันที่ 1 ก.ค. 2566

นอกจากนี้มีข่าวเชิงลบ เกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัย ในประเทศไทยแชร์กันในโซเชียลมีเดียของจีนว่าประเทศไทยเป็นแหล่งเรียกค่าไถ่บ้าง เป็นแหล่งค้าอวัยวะบ้าง ทำให้นักท่องเที่ยวจีนกังวล เดินทางเข้าไทยน้อยลง จึงอยากให้ภาครัฐเร่งโปรโมตต่อเนื่องว่าประเทศไทยปลอดภัย รวมถึงปัจจัยเรื่องหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของชาวจีนหมดอายุในช่วงการระบาดของโควิด ยังต้องรอกระบวนการต่ออายุพาสปอร์ต

สำหรับด้านตลาดอื่น เช่น อินเดีย ที่เป็นความหวังช่วงโลว์ซีซัน พบว่ามีจำนวนลดน้อยถอยลง ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และสายการบินก็ลดลง ขณะที่ตลาดตะวันออกกลาง ภาคเอกชนภูเก็ตกลับมาทำตลาดเชิงรุก เห็นการเติบโตที่ดีจากปี 2562 แต่ก็ต้องยอมรับว่าขนาดฐานไม่ได้ใหญ่มากพอจะมาสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตทั้งหมด

ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวไทยลดลง ตั้งแต่เดือนพ.ค. ซึ่งเป็นช่วงเปิดภาคเรียน ทำให้คนไทยชะลอการเดินทาง และไม่มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเหมือนอดีต เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการทัวร์เที่ยวไทย  

นายศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า สถานการณ์โรงแรมที่พักใน จ.ภูเก็ต ว่า ช่วงไตรมาส 1/66 (ม.ค.-มี.ค.) ซึ่งตรงกับไฮซีซัน มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 86%  โดยเดือน เม.ย. มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 72% ทำให้ตัวเลขช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) อยู่ที่ 82% ขณะที่เดือน พ.ค. คาดว่าจะลดลงอยู่ที่ 60% และเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 50-60% เนื่องจากเข้าสู่โลว์ซีซัน 

“สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้คาดว่าตลอดปี 2566 โรงแรมในภูเก็ตจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 65-70% เนื่องจากช่วงโลว์ซีซันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาน้อยกว่าก่อนโควิดระบาด โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างนักท่องเที่ยวจีนยังไม่ฟื้นตัวดีเท่าที่ควร เป็นความท้าทายหลักของผู้ประกอบการในการทำตลาดช่วงที่เหลือของปีนี้”

สำหรับจำนวนโรงแรมและห้องพักใน จ.ภูเก็ต ที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ (ในระบบ) มีจำนวน 900 โรงแรม คิดเป็น 70,000 ห้องพัก และเมื่อรวมโรงแรมทั้งในและนอกระบบ มีจำนวน 3,000 โรงแรม คิดเป็น 200,000 ห้องพัก