หากย้อนไทม์ไลน์ของ JD CENTRAL ก่อตั้งขึ้นวันที่ 30 ต.ค.60 จากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล กรุ๊ปสัดส่วน 41.75% และเจดีดอทคอม (JD.Com) ประเทศจีน ในสัดส่วนการถือหุ้น 58.25% ด้วยงบลงทุนกว่า 17,500 ล้านบาท และได้ตั้งเป้าหมายขึ้นเป็น เบอร์ 1 ของไทย แต่ผลการดำเนินงานไม่ได้ดีอย่างที่วางเป้าหมายไว้ โดยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าผลขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกปีจากสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรง
จากข้อมูลงบการเงินของ JD CENTRAL ย้อนหลังปี 60-64 ที่แจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า มีผลขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ
โดยในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.60 มีรายได้รวมประมาณ 5.2 แสนบาท มีผลขาดทุนกว่า 3.7 ล้านบาท
ปี 61 มีรายได้รวม 458 ล้านบาท มีผลขาดทุน 944.12 ล้านบาท
ปี 62 รายได้รวม 1,285 ล้านบาท มีผลขาดทุน 1,342.61 ล้านบาท
ปี 63 มีรายได้รวม 3,492 ล้านบาท มีผลขาดทุนเพิ่มเป็น 1,375.51 ล้านบาท
ปี 64 รายได้รวม 7,443 ล้านบาท มีผลขาดทุน 1,930.44 ล้านบาท
ขณะที่คู่แข่งอย่าง Shopee และ Lazada แม้จะเป็นแบรนด์ติดตลาด ขวัญใจนักช้อปออนไลน์ทั่วฟ้าเมืองไทย แต่ในส่วนของผลประกอบการ ก็ไม่ได้ออกมาสวยหรูเช่นกัน
โดย Shopee มีผลขาดทุนอย่างหนักมาต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่ปี 61 มีรายได้รวม 165 ล้านบาท ขาดทุน 4,113 ล้านบาท, ปี 62 รายได้รวม 1,986 ล้านบาท ขาดทุน 4,745 ล้านบาท, ปี 63 รายได้ รวม 5,812 ล้านบาท ขาดทุน 4,170 ล้านบาท และปี 64 รายได้รวม 13,322 ล้านบาท ขาดทุน 4,972 ล้านบาท
ส่วน Lazada ในปี 61 มีรายได้รวม 8,162 ล้านบาท ขาดทุน 2,645 ล้านบาท, ปี 62 รายได้รวม 9,413 ล้านบาท ขาดทุน 3,707 ล้านบาท, ปี 63 รายได้รวม 10,011 ล้านบาท ขาดทุน 3,988 ล้านบาท และปี 64 รายได้รวม 14,675 ล้านบาท แต่เริ่มเห็นกำไรบางแล้วที่ 226 ล้านบาท