เนชั่นทีวี

Business thai

แลนด์แอนด์เฮ้าส์เทงบกว่า 3.49 หมื่นล้าน ผุด 17 โครงการใหม่

12 ม.ค. 2566 | sukanya_san

แลนด์แอนด์เฮ้าส์เทงบกว่า 3.49 หมื่นล้าน ผุด 17 โครงการใหม่

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ทุ่มงบ 3.49 หมื่นล้านพัฒนาโครงการใหม่ 17 โครงการ เน้นแนวราบ คาดตลาดอสังหาริมทรัพย์ เริ่มกลับมาฟื้นตัวในปีนี้  ส่วนยอดขายในปี 65 แตะระดับ 3.5 หมื่นล้าน ยอดโอน 3.3 หมื่นล้าน

นายวัชริน  กสิณฤกษ์  กรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ โครงการบ้านจัดสรร  บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)  หรือแอลเอช เปิดเผยว่า  บริษัทฯ มีแผน ที่จะเปิดโครงการใหม่ 17 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 34,960 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบปี 65

แบ่งเป็นโครงการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 13 โครงการ และต่างจังหวัด 4 โครงการ เป็นโครงการแนวราบ 16 โครงการ มูลค่า 28,460 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 6,500 ล้านบาท

ทั้งนี้หากรวมโครงการเดิมที่คั่งค้างในปี 65 จะมีโครงการที่ดำเนินการในปี 66 มีทั้งหมดประมาณ 87 โครงการ เป็นมูลค่า 91,320 ล้านบาท โดยเป็นสินค้าแนวราบ 78 โครงการ มูลค่า 76,450 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 9 โครงการ มูลค่า 14,870 ล้านบาท  ซึ่งราคาเฉลี่ยต่อหน่วยขายในปี 66 เท่ากับ 8.8 ล้านบาท เท่ากับปี 65  

อย่างไรก็ตาม ตั้งเป้าปี 65 ยอดขาย 3.5 หมื่นล้านบาท-ยอดโอน 3.3 หมื่นล้านบาท พร้อมทำรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า 7.15 พันล้านบาท

นอกจากนี้ตั้งงบลงทุน 9,000 ล้านบาท  แบ่งใช้ซื้อที่ดินพัฒนาโครงการเพื่อขาย 6 ,000 ล้านบาท และซื้อที่ดินพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า 3,000 ล้านบาท และ    บริษัทยังมีแผนขายโรงแรมในประเทศไทยเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และมีแผนออกหุ้นกู้อีก 14,000 ล้านบาทในปี 66

นายโชคชัย วลิตวรางค์กูร กรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ โครงการอาคารชุด กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมปีนี้ จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 65 โดยจะเป็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนทั้งจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น

ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างดีมานในประเทศให้แข็งแกร่ง รวมถึงดีมานจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่น่าจะทยอยกลับมาตามการเปิดประเทศ และการเดินทางที่เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ

ทั้งนี้บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่จำนวน 1 โครงการ มูลค่า 6,500 ล้านบาท คือโครงการ The Key ศรีนครินทร์ ซึ่งจะเปิดขายในไตรมาสที่ 3 โดยเป็นการเริ่มเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ นับตั้งแต่ปี 63

สำหรับสถานการณ์คอนโดมิเนียมในช่วงปี  62 -  64  หดตัวลงอย่างต่อเนื่องทั้งในด้าน demand (จำนวนหน่วยที่ขายได้ และ suppy (จำนวนหน่วยที่เปิดขายใหม่) อันเป็นผลมาจากมาตรการ LTV ที่บังคับใช้ในช่วงเม.ย.  ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การชะลอการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมของผู้ประกอบการในช่วงเวลาดังกล่าวถือว่าเป็นผลดีต่อตลาดโดยรวม เนื่องจากเป็นการช่วยระบายสินค้าคงเหลือที่ค้างอยู่ในตลาด โดยจำนวนหน่วยคงเหลือของคอนโดมิเนียมลดลงเป็นครั้งแวกในรอบ 12 ปี ในปี 2563 และลดลงต่อเนื่องในปี2564

ส่วนปี  65 เมื่อสถานกาณ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัว ทิศทางของตลาดคอนโดมิเนียมก็ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยสะท้อนจากจำนวนหน่วยที่ขายได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 65 ที่เพิ่มขึ้นถึง 137% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 64  และจำนวนหน่วยจดทะเบียนในช่วงเดือน ม.ค. - ต.ค. 2565 อยู่ที่ 32,909 หน่วย เติบโตประมาณ 16% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 64  

ส่วนในปี  65 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ไม่ได้เปิดโครงการคอนโดมินียมโครงการใหม่ เนื่องจากสภาพตลาดและบริษัทฯ ต้องการดำเนินการระบายสินค้าที่มีอยู่ในมือ อย่างไรก็ตาม ยอดขายคอน โดมิเนียมของบริษัทฯ  ในปี 65 อยู่ที่ 2,240 ล้านบาท  เติบโตกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 64 เนื่องจากฐานที่ต่ำ

ข่าวล่าสุด