โดยปัจจุบัน เอ็มจี อีวี มีให้เลือกถึง 5 รุ่น ที่มีบุคลิกแตกต่างกันไป ได้แก่ MG ZS EV, MG EP, NEW MG4 ELECTRIC, MG ES และ MG MAXUS 9
ที่สำคัญ หลายรุ่นตั้งราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท จึงกลายเป็นแบรนด์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เข้าถึง อีวี ได้ง่ายอย่างเช่น MG ZS EV อีวีรุ่นแรกของ เอ็มจี ที่มีคอนเซ็ปต์ TRULY EASY ออกแบบให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สะดวกสบาย มีสมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งด้วยความเป็นรถเอสยูวี จึงใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ มีราคาเริ่มต้น 949,000 บาท
MG EP รถสเตชันวากอนรุ่นแรกของ เอ็มจี มีจุดขายที่ความคุ้มค่า และลดภาระในเรื่องของการบำรุงรักษาด้วยค่าบำรุงรักษาตามระยะทางตลอด 5 ปี หรือ 1 แสนกม. มักจะถูกเลือกให้เป็นรถรับจ้างสาธารณะ รถองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย 771,000 บาท
MG4 ELECTRIC จับตลาดผู้ที่ชื่นชอบการขับรถ ชอบอารมณ์สปอร์ต กับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง การกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และเอ็มจี ยังชูจุดเด่นคือ แพลตฟอร์มใหม่ NEBULA PURE ELECTRIC ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับ อีวี โดยเฉพาะ และมีราคาเริ่มต้น 869,000 บาท
MG ES รถสเตชันวากอนรุ่นที่ 2 แต่ตลาดไม่ทับซ้อน กับ EP แต่ยังคงความโดดเด่นคือ พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ฟังก์ชันการใช้งานที่ให้ความสะดวกสบาย ตามคอนเซ็ปต์ “COMFORTABLE” ราคา 959,000 บาท
และ MG MAXUS 9 ที่ เอ็มจี ถือเป็นรายแรก ที่เปิดน่านน้ำใหม่ด้วยรถไฟฟ้าแบบ 7 ที่นั่ง โดบเบาะแถวที่สองแบบ Captain Seat ปรับด้วยไฟฟ้า 12 ทิศทาง ควบคุมและสั่งการผ่านหน้าจอทัชสกรีน ที่พิงศีรษะปรับด้วยไฟฟ้า ที่พักน่องปรับเอนได้อัตโนมัติ มีระบบบันทึก ระบบนวด และสามารถปรับระดับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ พร้อมโต๊ะที่สามารถพับเก็บได้ ราคาเริ่มต้น 2.499 ล้านบาท