จากกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดแนวคิดใหม่ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน โดยประกาศบนเวทีพบปะคนเสื้อแดงที่จังหวัดพิษณุโลก ด้วยการซื้อหนี้ประชาชนออกจากระบบธนาคารทั้งหมด ซึ่งจะดำเนินการผ่านบริษัทหรือหน่วยงานเฉพาะกิจ โดยจะไม่ใช้งบประมาณของรัฐบาล แต่จะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนแทน แล้วให้ประชาชนผ่อนชำระในจำนวนที่น้อยลง จนปลดหนี้ได้สำเร็จ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ต้องติดเครดิตบูโรนั้น
รศ.ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ อาจารย์จากภาควิชาคณิตศาสตร์และสถิติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ถือเป็นมาตรการใหญ่ที่จะส่งกระทบต่อโครงสร้างหนี้ของประเทศไทยโดยตรง โดยข้อมูลปี 2566 พบว่าหนี้ครัวเรือนของไทยมีมูลค่า 15.54 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้เสีย หรือ NPL ราว 4% หรือคิดเป็นมูลค่า 6.2 แสนล้านบาท
แนวทางการให้ภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC เข้ามารับซื้อ NPL จากธนาคารและสถาบันการเงินแทนการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ และมีความเหมาะสมในเชิงนโยบาย รวมทั้งเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลจะต้องทำหน้าที่เป็นกลไกกลาง กำกับดูแล และสร้างกรอบการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุดกับประชาชนผู้เป็นลูกหนี้ พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครอง เช่น การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ลดดอกเบี้ย ลดภาระหนี้จริง และ กำกับให้ AMC ดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้