ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้ให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์ในด้านเงินทุนสำหรับต่อยอดและหมุนเวียนธุรกิจ รวมถึงมีการสนับสนุนช่องทางการตลาด ด้วยการให้พื้นที่ด้านหน้าสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ชุมพร (สกต. ชุมพร) ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การรับรองมาตรฐาน A-Product ให้แก่ผลิตภัณฑ์กาแฟถ้ำสิงห์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค นอกจากการผลิตกาแฟแล้วในกระบวนการปลูกกาแฟ วิสาหกิจชุมชนฯ ยังได้สร้างธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อใช้กักเก็บปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝนด้วยการเจาะท่อลงในพื้นดินทั่วพื้นที่สวนและขุดบ่อบาดาลเอาไว้ เพื่อให้น้ำฝนที่ตกลงมาโดนดูดซับผ่านท่อและพื้นดินลงไปในชั้นใต้ดินและไหลไปรวมกันที่บ่อบาดาล ทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ มีน้ำใช้ตลอดปีและสามารถนำน้ำบาดาลที่กักเก็บไว้มาใช้ในฤดูแล้งได้ตลอด ซึ่งถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ชุมพรเป็นจังหวัดที่มีทัศนียภาพที่งดงาม ทั้งทะเล ภูเขา ป่าไม้ และมีผลไม้หลากหลายชนิด ซึ่ง ธ.ก.ส. มีนโยบายสนับสนุนผ่านโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (BAAC Agro-Tourism) โดยนำจุดเด่นของชุมชนมาพัฒนา ต่อยอด และวางแนวทางการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการนักท่องเที่ยว พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างโอกาส สร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้แก่ ผาตาอู๊ด ถ้ำสิงห์ ที่สามารถเปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติและวิถีชุมชน เช่น การกางเต็นท์ ชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวเขาถ้ำศิลางู เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้ามาเยี่ยมชมไร่กาแฟ พร้อมชมกระบวนการผลิตและชิมกาแฟโรบัสต้าที่ดีที่สุดได้อย่างเต็มที่ โดย ธ.ก.ส. ตั้งเป้าสร้างฐานชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ สะสม 97 ชุมชน พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร 12 เส้นทาง และพัฒนาเครือข่ายท่องเที่ยวมากกว่า 290 ชุมชน โดยคาดหวังว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวได้กว่า 200,000 ราย และสร้างรายได้ให้กับชุมชนท่องเที่ยวสะสมกว่า 50 ล้านบาท