ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนา และ ผู้อำนวยการโครงการวิเคราะห์เศรษฐกิจเชิงลึก ทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงโจทย์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ที่ควรเร่งดำเนินการภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ว่า ในระยะสั้นทุกฝ่ายจึงคาดหวังให้รัฐบาลเร่งผลักดันพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ออกมาให้เร็ว เนื่องจากงบประมาณของปีนี้ออกมาล่าช้ากว่ากำหนดมากแล้ว แต่มีการคาดการณ์กันว่าร่างพ.ร.บ.งบฯปี68 ล่าช้าออกไปอีกประมาณ 1 เดือน เนื่องจากต้องรอการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นอกจากนี้ภาคเอกชน ยังต้องการให้ภาครัฐเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งปี 67 รวมถึงปีถัดไปเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ดร.กิริฎา ระบุว่า ส่วนในระยะถัดไปต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย เพราะตอนนี้ไทยต้องรับมือกับการแข่งขันจากต่างประเทศค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจากสินค้าจีนที่เข้ามา โดยที่เอสเอ็มอีของไทยอาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะแข่งขันกับสินค้าจีนได้ ดังนั้นภาครัฐควรมีมาตรการชะลอสินค้าที่ทะลักเข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นการซื้อเวลาให้ทางเอสเอ็มอีไทยได้ปรับตัวได้ในระยะหนึ่ง แต่ไม่สามารถกีดกันสินค้าจากต่างประเทศได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการของไทย ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมีความคาดหวังว่าแรงงานของไทยจะมีทักษะในการทำงานกับเครื่องจักร รวมถึงระบบอัตโนมัติต่างๆได้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นความซ้ำซ้อนของกฎระเบียบและขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ ที่หากมีการปฏิรูปก็จะเป็นผลดีในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงยังส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยได้อีกด้วย