เนชั่นทีวี

Business thai

หุ้นไทยฟื้นหรือฟุบ ! หลังต่างชาติเทขาย 2.8 หมื่นล้าน

03 มี.ค. 2567 | sukanya_san

หุ้นไทยฟื้นหรือฟุบ ! หลังต่างชาติเทขาย 2.8 หมื่นล้าน

โบรกประเมินหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพ หลังจาก 2 เดือนที่ผ่านมาต่างชาติขายสุทธิไปแล้ว 2.8 หมื่นล้านบาท จับตาถ้อยแถลงประธานเฟด- เงินเฟ้อไทยหากต่ำกว่าคาดเป็นปัจจัยสำคัญให้กนง. ลดดอกเบี้ยหนุนสินทรัพย์เสี่ยง  ส่องหุ้นเด่นตัวไหนน่าเก็งกำไร

ตลาดหุ้นไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงตลอดสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายของต่างชาติ  ประกอบกับไม่มีปัจจัยใหม่หนุน ขณะที่ลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิหุ้นไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/66 ออกมาแย่กว่าคาด รวมถึงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าจากความกังวลในประเด็นที่ภาครัฐอาจพยายามตรึงอัตราค่าไฟฟ้า

ทั้งนี้การปรับ MSCI Rebalance ซึ่งมีผลในวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมาและแรงขายทำกำไร หลังจบช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/66 ส่งผลให้หุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องจนถึงช่วงปลายสัปดาห์ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นบิ๊กแคปในหลายอุตสาหกรรม  สวนทางกับภาพรวมตลาดหุ้นต่างประเทศที่ขยับขึ้นได้ในช่วงปลายสัปดาห์

สำหรับแนวโน้มหุ้นไทยสัปดาห์นี้จะเป็นอย่างไร  Nation STORY ได้สัมภาษณ์กูรูตลาดทุนมีรายละเอียดดังนี้

เริ่มจากนายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน มองว่า  ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพ หลังจากต่างชาติเทขายตั้งแต่ม.ค.-ก.พ. 2.8 หมื่นล้าน โดยแรงหนุนจากเงินเฟ้อไทย หากทรงตัวต่ำ ตลาดจะคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย หนุนสินทรัพย์เสี่ยง

ส่วนต่างประเทศ ติดตามการแถลงประธาน Fed ต่อสภาคองเกรส ลุ้นโอกาสส่งโทน Hawkish น้อยลง หลังรายงานเศรษฐกิจระยะหลังอ่อนตัว ทำให้ภาพลงทุน Search For Yield เดินหน้า

โดยตลาดเอเชีย ลุ้นภาพเด่นจีนที่มีแนวโน้มกำหนดเป้าหมาย GDP24F > Consensusคาดว่า 4.5% คาดกระแสเชิงบวกต่อ Flow ไหลเข้า Asia หุ้นเด่น 1. กลุ่มอิงจีน เน้น IVL, PTTGC 2. หุ้นภาคบริการ AOT, CPALL, CPAXT, BJC 3. กลุ่มดอกเบี้ยขาลงหนุน MINT, GPSC, BBIK

หุ้นไทยฟื้นหรือฟุบ ! หลังต่างชาติเทขาย 2.8 หมื่นล้าน

ปัจจัยต่างประเทศที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทย

•   6-7 มี.ค.  นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed จะกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรส ลุ้นท่าที Hawkish ลดลง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระยะหลังเริ่มอ่อนลง

•    7 มี.ค. ติดตามการประชุม ECB ตลาดคาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Main Refinancing Rate ไว้ที่ระดับ 4.5%

•    8 มี.ค. การจ้างงานนอกภาคเกษตร ก.พ. คาด 1.9 แสนตำแหน่ง vs prev. 3.53 แสนตำแหน่ง, อัตราการว่างงาน ก.พ. คาด 3.7% เท่าเดือนก่อน 

•   เศรษฐกิจจีน   ต้น มี.ค. ตลาดการเงินจะสนใจการประชุม 2 องค์กรสำคัญ ได้แก่ สภาประชาชนจีน (NPC) และสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน ( CPPCC) หากเป้าหมาย GDP ปี 24F สูงกว่าที่ BB Consensus คาด 4.5% จะเป็นภาพบวก

ปัจจัยในประเทศ

 - 4 มี.ค. ติดตามรายงานเงินเฟ้อ CPI ก.พ. 24 ของไทย ตลาดคาด -0.8%y-y prev. -1.1% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ตลาดคาด +0.49%y-y prev. +0.52%

หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ : แนะนำ

•  BJC (TP-36):  หุ้นถูกลดสถานะหลัง MSCI Rebalance ขณะที่ธุรกิจกำลังฟื้นตัว

•  IVL (TP-26.5) : ลุ้นจีนกำหนดเป้าหมายเศรษฐกิจสูงกว่าคาดการณ์ เปิด Upside

•  MINT (TP-40): ลุ้นประเด็นบวก 1) มุมมองดอกเบี้ย Dovish ขึ้น 2) เศรษฐกิจ EU เป็นภาพบวกเร็วกว่าตลาดคาด

หุ้นไทยฟื้นหรือฟุบ ! หลังต่างชาติเทขาย 2.8 หมื่นล้าน

ด้านนายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI)  เปิดเผยกับ Nation STORY ว่า วันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจากสถาบัน ISM ออกมาที่เพียง 47.8 แย่กว่า Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 49.5 พร้อมกับรายงานยอดใช้จ่ายภาคก่อสร้างหดตัว 0.2%MoM แย่กว่า Bloomberg Consensus คาด ไว้ขยายตัว 0.2%MoM

ซึ่งภายหลังจากรายงานพบว่า US Bond Yield ทั้งรุ่นอายุ 2 , 10 ปีปรับตัวลงอย่างมีนัยยะสำคัญพร้อมกับทองคำที่ปรับขึ้นเด่น สะท้อนการคลายกังวลของตลาดเกี่ยวกับเงินเฟ้อ จากนี้แนะติดตามใกล้ชิดเกี่ยวกับการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ

ซึ่งสัปดาห์นี้จะประกอบไปด้วย 1.ดัชนี PMI ภาคบริการจากสถาบัน ISM ในวันอังคาร Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 52.9

2. การจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และ ตำแหน่งเปิดรับสมัครงาน ในวันพุธ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 1.45 แสนรายและ 8.9 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ ในวันเดียวกันประธาน FED จะมีแถลง เชื่อว่านักลงทุนจะรอดูความเห็นเกี่ยวกับเงินเฟ้อและดอกเบี้ย 

3. การจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 1.9 แสนรายและ 3.7% ตามลำดับ

สำหรับในประเทศติดตามเงินเฟ้อไทยประจำเดือน ก.พ. Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 0.48%YoY หากรายงานแล้วต่ำกว่าคาดมองเป็นบวกกับตลาดหุ้นไทย

ด้านผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน 4Q23 ณ ข้อมูลที่ Bloomberg มีข้อมูลพบว่า รายงานออกมาแล้ว 578 บริษัทหรือคิดเป็น 94% Market Cap ของ SET INDX

โดยมีกำไรสุทธิรวมกันที่ 2.07 แสนล้านบาท (+22%YoY -23%QoQ) การปรับลง QoQ รับแรงกดดันจากกลุ่มพลังงาน (-67%QoQ) ผลจากฐานสูงพิเศษช่วง 3Q23 และขาดทุนของ EGCO ในช่วง 4Q23 แต่ไม่รวมกำไรกลุ่มพลังงาน วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และ ICT กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 1.52 แสนล้านบาท (+19%YoY , +14%QoQ) ซึ่งได้แรงหนุนจากกลุ่มอิงในประเทศ (ธนาคาร ค้าปลีก ท่องเที่ยว ขนส่ง) สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มาจากภายใน

สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,350 – 1,400 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังมองการปรับฐานเป็นโอกาสสะสมบนความน่าสนใจของปัจจัยพื้นฐาน เน้นที่กลุ่ม

- ค้าปลีก (BJC, CPALL, HMPRO)

-ศูนย์การค้า (CPN)

ท่องเที่ยว (AOT, CENTEL, MINT)

- การเงิน (MTC, SAWAD ,TIDLOR)

- เครื่องดื่ม (ICHI ,TACC)

- สื่อสาร (ADVANC)

- ธนาคารพาณิชย์ (BBL ,KBANK, KTB, SCB)

ระยะสั้นแนะ Trading

- กลุ่มน้ำมัน (PTTEP)

- โรงกลั่น (BCP, SPRC ,TOP)

 

 

ข่าวล่าสุด