เนชั่นทีวี

Business thai

'ปานปรีย์' ชูการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกไม่เป็นคู่ขัดแย้ง

01 ก.พ. 2567 | kwanprasert_sri

'ปานปรีย์' ชูการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกไม่เป็นคู่ขัดแย้ง

นโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบาย “การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก” มีความสำคัญช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และรัฐบาลพยายามเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ รวมถึงส่งเสริมความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปานปรีย์ พหิทธานุกร กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Geopolitics 2024 จุดปะทุสงครามใหญ่ พลิกวิกฤติโลก สู่โอกาสประเทศไทย ในหัวข้อ จุดยืนประเทศไทยในสมรภูมิโลกขัดแย้ง ระบุว่า ความแตกแยกของโลกยังคงเป็นไปในทิศทางที่น่าเป็นห่วง และไทยเผชิญความท้าทายหลายด้านจากภูมิรัฐศาสตร์

 

ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางมานาน และปีก่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ตกต่ำ ไม่สามารถพึ่งพาเศรษฐกิจเดิมๆ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องปฏิรูปการต่างประเทศและเศรษฐกิจไทยเพื่อคว้าโอกาสจากบริบทภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องด้วยโลกมองว่าอาเซียนมีศักยภาพในแง่ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ไทยจึงควรใช้โอกาสนี้ดึงดูดการย้ายฐานผลิตและซัพพลายเชนมายังไทยและภูมิภาคอาเซียน จึงจะสามารถต่อยอดให้ประเทศหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง และพร้อมรับความท้าทายในอนาคต

 

ดังนั้น นโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบาย “การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก” มีความสำคัญช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และรัฐบาลพยายามเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ รวมถึงส่งเสริมความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์หนุนเศรษฐกิจสีเขียว ความตกลงการค้าเสรี ฯลฯ

 

การคว้าโอกาสท่ามกลางโลกปั่นป่วนต้องดำเนินการผ่าน “การทูตเชิงรุก” เพื่อเสริมสร้างไทยให้มีเกียรติภูมิ กลับสู่เรดาร์ของโลก และเป็นรากฐานต่อยอดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

'ปานปรีย์' ชูการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกไม่เป็นคู่ขัดแย้ง

'สมชาย' มองความขัดแย้ง 'ลากยาว'

นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ กล่าวในหัวข้อ Geopolitics : Hot Spot ใหม่ที่โลกจับตา ไทยรับมือ ระบุว่า ปี 2567 สถานการณ์ของสงครามที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ 1-2 ปีที่ผ่านมา ยังอยู่กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสมรภูมิรัสเซีย และยูเครน สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี รวมทั้งทะเลจีนใต้

 

การเลือกตั้งในสหรัฐ นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งของสหรัฐ กับประเทศต่างๆ รวมทั้งนโยบายในต่างประเทศ โดยเฉพาะหากโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดี ทุกคนมองว่าความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐ จะมากขึ้น ซึ่งคืออาการที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจของโลกในภาวะที่เกิด New World disorder

 

การกลับมาของทรัมป์นั้น การเมืองของรัสเซียคาดการณ์สถานการณ์แบบที่เรียกว่า “Trump Put” มองว่า หากทรัมป์กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง ก็ไม่มีทางเจรจากันได้แน่ และแรงช่วยเหลือที่ให้กับยูเครนมีความอ่อนแรงลง และมีการต่อรองทางการเมืองภายในสหรัฐ และยุโรป เมื่อจะมีการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มช่วยเหลือยูเครนทำสงครามกับรัสเซีย

ส่วนสถานการณ์ตะวันออกกลาง การสู้รบระหว่างอิสราเอล และฮามาสเข้าสู่เฟสที่ 2  ลดแรงกดดันจากต่างประเทศเมื่ออิสราเอล ยึดทางเหนือและใต้ได้แต่สงครามขนาดเล็กยังมีต่อไป แรงกดดันยังมีอยู่ ดีที่สุด คือ การเจรจา แต่การเจรจาก็ไม่จบ เพราะอิสราเอลจะไม่ยอมให้ฉนวนกาซาไปอยู่กับฮามาสอีกแล้ว สถานการณ์จะบานปลายยืดเยื้อต่อ อิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธ ในหลายกลุ่มในตะวันออกกลางที่เป็นกลุ่มติดอาวุธ เช่น ซีเรีย ฮูติ

 

ขณะที่ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ กับจีน จะเกี่ยวข้องกับเรื่องความขัดแย้งทะเลจีนใต้ ทะเลจีนตะวันออก และไต้หวัน ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีท่าทีที่จะพูดคุยกันได้มากขึ้น แต่ความขัดแย้งก็จะยังดำเนินต่อไป

 

ขัดแย้ง 'จีน-สหรัฐ' หนุนย้ายฐานลงทุนไทย

ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ดับบลิวเอซเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA จรีพร จารุกรสกุล ระบุ ปี 2567 จะเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกับไทย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจต้องจับตาการเลือกตั้งสหรัฐที่คาดการณ์ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ อาจกลับมาเป็นประธานาธิบดี ซึ่งอาจส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐมากขึ้น โดยความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐไม่ได้หมดไป แม้แต่ในช่วงนายโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจ 2 ประเทศก็ไม่ลดลง

 

ทั้งนี้แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตเข้ามาไทยเป็นเทรนด์ที่เกิดต่อเนื่องมา 1-2 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจีนย้ายฐานเข้ามาเร็วมากและซื้อที่ดินเพื่อลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จำนวนมาก ซึ่งมีทั้งนักลงทุนจากจีนและไต้หวันที่นอกจากมาลงทุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังมีอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีซัพพลายเชนมาลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ WHA ทำรายได้สูงสุดต่อเนื่อง 2 ปี และมั่นใจว่าปี 2567 จะมีรายได้สูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

 

การย้ายฐานการลงทุนและการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทยเป็นแทรนด์ที่ชัดเจนมากและจะมีต่อเนื่องอีกหลายปี รวมทั้งยังมีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการย้ายการลงทุนมาไทยสะท้อนถึงความต้องการลงทุนและสร้างซัพพลายเชนใน Safe Zone ที่ปลอดภัยและเป็นกลางที่ถือเป็นจุดแข็งของไทย

ข่าวล่าสุด