คณะกรรมการวิสามัญ พิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ใน3วาระ ซึ่งหากเข้าสภาก็จะมีการตั้งคณะกรรมการในวันที่ 24ม.ค.นี้ได้เลยเพื่อลงรายเอียดต่างๆ โดยระยะเวลาการพิจารณาประมาณ45วัน
ส่วนการจ่ายเงินจะทันในเดือน เม.ย.นี้ตามที่เคยบอกไว้หรือไม่นั้น รองผู้ว่าวิศณุ บอกว่า น่าจะเป็นไปได้ ถ้าสภากทม.เห็นชอบมาแล้วตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมา ผ่านข้อบัญญัติใน3วาระและมีความเห็นชอบ ก็จะทันกรอบเวลาเม.ย.นี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพเพราะการใช้เงินออกไปของกทม.นั้นขึ้นอยู่กับสภากทม.
ทั้งนี้หากกระบวนการล่าช้า ก็จะมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก็จะเป็นกระบวนการที่จะต้องเจรจากัน โดนหลังจากอนุมัติกรอบวงเงินแล้วจะต้องมีการไปพูดคุยกับเพราะกทม.เป็นคู่สัญญากับ เคที โดยจะต้องดูเงื่อนไขการชำระว่าจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันก็ต้องทำหนังสือ เรียนไปยังครม.ผ่านกระทรวงมหาดไทยด้วย เพราะเรื่องของระบบอาณัตสัญญาน เป็นเรื่องส่วนหนึ่งที่ค้างอยู่ในคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดย ม.44 ที่กรรมการยังเจรจาค้างอยู่ในการขยายสัมปทาน โดยให้ผู้รับสัมปทานรับผิดชอบเงิน3ก้อนคือค่าก้อนแรกโครงสร้างพื้นฐาน /ก้อนที่สองระบบอาณัติสัญญาน /ก้อนที่สามคือ การจ้างบริหารจัดการเดินรถ ซึ่งยังค้างอยู่ที่ครม. ดังนั้นสิ่งใดที่กทม.ทำก็จะต้องเรียนให้ทางมหาดไทยหรือครม.ทราบ
พร้อมยืนยัน เรื่องนี้มีการเตรียมการและพูดคุยกันตลอดกับบริษัทเคที ซึ่งเป็นคู่สัญญา