ขณะเดียวกันเตรียมประชุมคณะกรรมการชั่งตวงวัด เพื่อทบทวน หลักเกณฑ์ค่าความคาดเคลื่อนที่สามารถยอมรับได้ ที่กำหนดให้บวกลบน้อยกว่า 1% เพื่อดูว่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดใดที่มีความเหมาะสมและทำให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด
ส่วนการตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันตั้งแต่เดือน ส.ค.66 ถึงปัจจุบัน ได้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันแล้ว 14,000 แห่ง กว่า 180,000 หัวจ่าย พบว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 34 สถานี 281 หัวจ่าย ในจำนวนนี้เป็นกรณีที่ใช้หัวจ่ายน้ำมันที่สิ้นอายุเครื่องหมายคำรับรอง 15 สถานี จำนวน 241 หัวจ่าย เป็นกรณีที่หัวจ่ายน้ำมันคลาดเคลื่อนเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด 19 สถานี จำนวน 40 หัวจ่าย
นอกจากนี้เป็นการจ่ายน้ำมันเกินกว่าปริมาณที่กำหนด 14 สถานี 29 หัวจ่าย คิดเป็น 0.016% ของหัวจ่ายที่ตรวจสอบทั้งหมด และเป็นการจ่ายน้ำมันขาดจากปริมาณที่กำหนด 5 สถานี 11 หัวจ่าย คิดเป็น 0.006% ของหัวจ่ายทั้งหมด ซึ่งกรมได้ผูกบัตรห้ามใช้ จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องและเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบให้คำรับรองก่อน พร้อมทั้งได้ดำเนินคดีแล้วทุกราย
สำหรับโทษกรณีที่สถานีบริการน้ำมันจ่ายน้ำมันคลาดเคลื่อนเกินกฎหมายกำหนด หรือกรณีใช้หัวจ่ายน้ำมันที่สิ้นอายุเครื่องหมายคำรับรอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีดัดแปลงหัวจ่ายเพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อน มีจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท
นอกจากนี้กรมฯ ยังขอให้ผู้ค้าน้ำมันทุกรายกำหนดมาตรการลงโทษสถานีบริการน้ำมันที่ทำผิด ตามเงื่อนไขทางการค้า หรือตามเงื่อนไขการจ้างงานอีกด้วย
ส่วนการเติมน้ำมันแต่ละครั้งขอให้ สังเกตป้ายราคาน้ำมันต่อลิตรที่ระบุหน้าสถานีบริการน้ำมันตรงกับตู้จ่ายน้ำมันหรือไม่ รวมถึงดูตู้จ่ายน้ำมันตามสถานีบริการต้องมีสติ๊กเกอร์วงกลมของกรมการค้าภายใน (มีรูปครุฑสีแดง ระบุว่าตรวจสอบแล้ว แสดงปี พ.ศ. ปัจจุบันอยู่ด้านล่าง) หากมีสติ๊กเกอร์ดังกล่าวติดอยู่แสดงว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว
ทั้งนี้สังเกตุก่อนเติมน้ำมันยอดขายและจำนวนลิตร ต้องเป็นเลขศูนย์ และ เมื่อเติมเสร็จให้ดูยอดขายและจำนวนลิตรให้ถูกต้อง หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 หรือทางไลน์ @MR.DIT