สำหรับกำหนดการประชุม ดังนี้
- วันนี้(20 พ.ย.) เป็นการมอบนโยบายโดย นายปานปรีย์ พหิธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- วันที่ 21 พ.ย. นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ จะกล่าวปาฐกถา ศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ตลาดโลก และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมอบนโยบายแก่เอกอัครราชทูตไทย กงสุลใหญ่ไทย และผู้ช่วยทูตฝ่ายพาณิชย์ และผู้ช่วยทูตฝ่ายการลงทุน รวมถึงจะมีการระดมสมอง ระหว่างเอกอัครราชทูตไทย กงสุลใหญ่ไทย และผู้ช่วยทูตฯ ในเป้าหมายการทูตเชิงรุก : ความท้าทาย และโอกาสทางเศรษฐกิจไทยในโลกแบ่งขั้ว
- วันที่ 22 พ.ย. เป็นการหารือระหว่างเอกอัครราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก กับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
- วันที่ 23 พ.ย. นายกรัฐมนตรี รับฟังการนำเสนอแผนประเทศเป้าหมายสำคัญ สำหรับการทูตเศรษฐกิจดชิงรุก
- วันที่ 24 พ.ย. รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะปิดการประชุม และแถลงข่าวรายละเอียดการประชุม
อย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้ มีผู้ช่วยทูตฝ่ายพาณิชย์ และการลงทุน เข้าร่วมการประชุม พร้อมกับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนด้วย โดยจะมีการระดมสมองนโยบายการต่างประเทศของไทย ทั้งความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา, ไทย-สาธารณรัฐประชาชนจีน, สถานการณ์ในเมียนมา, การอพยพคนไทยในอิสราเอล, การทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อเปิดตลาดต่างแดน และการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย เป็นต้น
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้ขับเคลื่อนงาน หลังเจรจาการค้าการลงทุนกับบริษัทต่างๆ นั้น ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามงานอย่างใกล้ชิด โดยในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะมีการประชุมทูตพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัด
เพื่อที่จะเตรียมการในการนำเสนองาน ส่วนในวันที่ 21 พ.ย. นายกฯประชุมมอบนโยบาย 3 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย กระทรวงต่างประเทศ, ทูตพาณิชย์ทั่วโลก, เอกอัครราชทูต และกระทรวงพาณิชย์ ก่อนที่นายกฯ จะมอบหมายงานให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ที่อยู่ในต่างประเทศทั้งหมดขับเคลื่อนงาน
โดยทั้งสามหน่วยงานนี้เป็นทีมไทยแลนด์ ที่จะต้องทำงานประสานกัน ซึ่งนายกฯ จะมอบหมายโยบายอย่างชัดเจน ให้ทั้งสามส่วนทำงานร่วมกัน และในวันที่ 23 พ.ย. จะมีการทำเวิร์กช็อปร่วมกับสภาหอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรมไทย, สมาคมธนาคาร, สมาคมขนส่งสินค้าเดินเรือทางทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายต่อยอดสิ่งที่นายกฯได้ไปพูดคุยกับนักธุรกิจมา เป็นองคาพยพของประเทศไทย เพื่อรองรับการเดินหน้าขยายเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ต้องมีการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับ เพื่อให้สอดรับกับการค้าการลงทุน การคมนาคมขนส่ง ขณะนี้มีความชัดเจนขึ้นว่า จะดำเนินการแก้ไขอะไรบ้าง