" ราคาน้ำตาลทรายไม่ได้เป็นสินค้าควบคุม ที่ผ่านมาโรงงานพยายามรักษาระดับราคาไม่ให้สูง แต่หากรัฐยังยื้อที่จะประกาศ ผลเสียจะตกกับชาวไร่อ้อยที่จะได้คำนวณออกมาในราคาอ้อยที่สูงขึ้น และหากโรงงานไม่ขึ้นน้ำตาล ก็อาจจะไหลออกนอกประเทศหมดได้”
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้หารือกับฝ่ายโรงงานน้ำตาลทรายและชาวไร่อ้อยในการพิจารณาแนวทางการสนับสนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ที่ชาวไร่ต้องการวงเงินสนับสนุน 120 บาทต่อตัน หรือคิดเป็นเงินงบประมาณราว 8,000 ล้านบาท ที่รัฐยังคงค้างจ่ายปีการผลิต 2565/66
รวมถึงความชัดเจนถึงการสนับสนุนในปีการผลิต 2566/67 ที่กำลังจะเปิดหีบสิ้นปีนี้ โดยการหารือมีการหยิบยกแนวทางการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานเพิ่มขึ้นอีกกก.ละ 4 บาทตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงเกณฑ์การช่วยเหลือการตัดอ้อยสด เพื่อลดอ้อยไฟไหม้ ที่ยังไม่มีข้อสรุปและมีการต่อรองในเรื่องของการปรับขึ้นราคาน้ำตาลแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องขอเงินสนับสนุน 120 บาทต่อตัน แต่ทางชาวไร่และโรงงานต่างเห็นว่าเป็นคนละเรื่อง