จากกรณีเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 รัฐบาลมีมติลดราคาน้ำมันดีเซลและปรับลดราคาค่าไฟฟ้า โดยน้ำมันดีเซลลดราคาลง 2.50 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาดีเซลเหลือไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ส่วนค่าไฟฟ้าปรับลดลงเหลือ 3.99 บาท/หน่วย ซึ่งการปรับลดราคาน้ำดีเซลและไฟฟ้านั้นทำให้ต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง แต่ราคาสินค้าหลายรายการกลับไม่ได้ลดลงตามต้นทุน นั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เมื่อเร็วๆนี้ สภาผู้บริโภคได้จัดรายการ ‘เราไม่ได้บริโภคหญ้าเป็นอาหาร’ ในหัวข้อ “อย่าปล่อยให้รอเก้อ น้ำมันลด สินค้าต้องลง” ถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊กสภาองค์กรของผู้บริโภค และ ยูทูบ @tccthailand เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงอย่างยั่งยืน
ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลประกาศลดราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าลง เพื่อปรับลดค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับผู้ประกอบการ 288 ราย สำหรับสินค้าที่นำมาลดราคา ประกอบด้วย 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มกว่า 3,000 รายการ อาหารปรุงสำเร็จ อาหารแห้ง ข้าสาร นม ถั่วเหลือง กาแฟ ซอสปรุงรส ปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์ กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มบริการ เช่น รถยนต์ บริการทางการแพทย์ และค่าขนส่ง ส่วนกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มแพลตฟอร์มสั่งอาหารและอีคอมเมิร์ซรายการ
ส่งผลให้ปรับลดราคาสินค้าและบริการได้รวมทั้งสิ้น 151,676 รายการ คิดเป็นประมาณร้อยละ 87 ของจำนวนสินค้าทั้งหมด นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ให้โค้ดส่วนลดเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการสั่งอาหารและซื้อสินค้าออนไลน์ รวม 1,012,000 รายการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2566 หรือประมาณ 3 เดือน