เนชั่นทีวี

Business thai

'ปานปรีย์' ดันการทูตเศรษฐกิจของประเทศเชิงรุก

05 ต.ค. 2566 | kwanprasert_sri

'ปานปรีย์' ดันการทูตเศรษฐกิจของประเทศเชิงรุก

การต่างประเทศของไทยต้องมองไปข้างหน้า ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อสร้างรายได้และแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการรับมือกับความท้าทาย

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปานปรีย์ พหิทธานุกร กล่าวในหัวข้อ Thailand's Challenges : How to thrive in rising geopolitical uncertainty ในงานสัมมนา “Thailand Economic Outlook 2024 Change the Future Today” จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ระบุว่า การต่างประเทศของไทยต้องมองไปข้างหน้า ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อสร้างรายได้และแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการรับมือกับความท้าทาย

 

ความท้าทายประการแรกคือ หลายประเทศอยู่ภายใต้แรงกดดันให้เลือกข้าง โดยมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่เป็นมิตรประการต่อมาคือความผันผวนทางเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาหนี้และปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนประการที่สามคือการแข่งขันทางเทคโนโลยี ทั้งการแย่งชิงวัตถุดิบที่สำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและความมั่นคงทางไซเบอร์ ประการสุดท้ายคือ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นประเด็นข้อกังวลร่วมกันของประชาคมโลกนำไปสู่การสร้างมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ

การทูตเศรษฐกิจของไทยจะต้องช่วยเพิ่มอำนาจต่อรอง และสร้างดุลยภาพในการดำเนินความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศต่างๆ และต้องช่วยกระจายความเสี่ยงในด้านเศรษฐกิจ โดยสนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานทดแทน บริการด้านดิจิทัล และเกษตรกรรมที่ยั่งยืน เพื่อไม่พึ่งพิงเศรษฐกิจเดิมด้วยการสร้างสัมพันธ์กับประเทศที่มีอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งคู่ค้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ จีน สหรัฐ ญี่ปุ่น และอินเดีย

 

ขณะเดียวกันไทยต้องเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์กับประเทศที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยด้วย เช่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป อาเซียน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตุรกี

 

ไทยต้องเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายหุ้นส่วนต่างประเทศ เพื่อพัฒนาโครงสร้างเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวนอกจากนี้ ไทยต้องผนึกกำลังกับประเทศในเอเชียให้มีเสถียรภาพ รวมถึงสนับสนุนให้อาเซียนเข้มแข็งเป็นเอกภาพ

ทั้งนี้ ไทยใช้การทูตเศรษฐกิจเพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกใช้เป็นการทูตหัวหอกของการทูตยุคใหม่ เพื่อหาโอกาสใหม่ ๆและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ให้วีซ่าระยะยาวแก่กลุ่มนักลงทุนดังกล่าวแล้ว

 

นอกจากนี้ ไทยจะให้ความสำคัญกับประเด็นอุบัติใหม่ เช่น เศรษฐกิจสีน้ำเงินเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับโออีซีดี เร่งเจรจาเอฟทีเอ เช่น เอฟทีเอกับสหภาพยุโรป รวมถึงขยายพันธมิตรทางเศรษฐกิจผ่านกรอบความร่วมมือทุกระดับ

ข่าวล่าสุด