นอกจากนี้ เราต้องการให้ประเทศไทยเป็นต้นทางในการส่งออกไม่ให้มีการสวมสิทธิ์ ต้องการให้เกษตรกรส่งออกได้โดยตรง และไม่ยอมให้นำพืชผลทางการเกษตรของประเทศอื่นมาส่งออกในนามไทยเพราะเป็นเรื่องปผิดกฎหมายและทำลายชาติ จึงทำให้ประเทศไทยมีตัวเลขในการส่งออกผักผลไม้ได้มากมาย และขณะนี้สามารถส่งผักผลไม้โดยเครื่องบินได้แล้ว
"วันนี้ตนเป็นรัฐมนตรี 4 ปีแล้วมากมายที่ได้ทำ ตั้งหน้าตั้งตาก้มหน้าทำและเงยหน้ามามองความสำเร็จ โดยที่ไม่ต้องมีคำชมก็ได้ไม่ต้องมีกลอนก็ได้แต่สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือเกษตรกรอยู่ได้ ตัวเลขการส่งออกของประเทศไทยมากมายแต่ทำไม เกษตรกร ในประเทศยังจนอยู่นี่คือสิ่งที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าให้เกษตรกร ลืมตาอ้าปาก แต่ให้เกษตรกรอยู่ได้ด้วยตัวเอง หลายครั้งเราค้านเรื่องเงินชดเชย เราค้านเรื่องประกันราคาแต่เราทำได้ในใจ เพราะเรารู้ว่าเป็นการกดขี่ราคา ดังนั้นเพียงแค่ให้ความยุติธรรมกับชาวนาให้ความยุติธรรมกับเกษตรกรแค่นี้ไม่จำเป็นต้องประกันราคาให้เสียเงินเป็นแสนล้านแค่ความยุติธรรมแค่นั้นเอง ที่ประชาชนเรียกร้อง "น.ส.มนัญญากล่าว
จากนั้นได้ทำพิธีเปิดงานและร่วมเดินชมนิทรรศการกับอธิบดีและผู้มีเกียรติภายในงาน
นางสาวมนัญญา ยังให้สัมภาษถึงนโยบายที่จะทำในศตวรรษที่ 6 ว่า การสื่อสารให้ประชาชน และเกษตรกร ให้เข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ กรมวิชาการเกษตรจะต้องสื่อสาร และทำความเข้าใจให้กับเกษตรกร เพราะเทคโนโลยีต่างๆเริ่มเข้ามา การใช้แรงงานก็จะลดน้อยลง จะต้องพยายามสอนประชาชนให้ใช้ให้ถูกทาง รวมถึงการใช้ปุ๋ย หรือสารเคมี เมื่อใช้ถูกทางแล้วก็จะทำให้ก้าวต่อไปเกิดความมั่นคง
ส่วนเรื่องสนับสนุนการส่งออก นางสาวมนัญญา ได้เน้นย้ำเรื่องความซื่อสัตย์เป็นเรื่องสำคัญ และต้องปรับปรุงจุดด้อยของตนเอง พร้อมยกตัวอย่างผลไม้ไทยคือทุเรียนที่ในช่วงเวลาโควิดก็สามารถส่งออกได้ ผ่านวิกฤตมาได้ด้วยความแข็มแข็ง และลง พื้นที่ตรวจสอบล้งทุเรียนจนสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประเทศจีนได้ จึงอยากให้นำเหตุการณ์นี้มาเป็นบทเรียน เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น และใช้เป็นตัวอย่างศึกษา สินค้าเกษตรไทยจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในประเทศก่อน เมื่อคนในประเทศยอมรับการส่งออกก็ไม่ใช่เรื่องยาก