“ทีดีอาร์ไอ” ชี้หากได้รัฐบาลใหม่ ก.ย.นี้ ไม่กระทบศก.มาก แต่ต้องเร่งรัดเบิกจ่าย
08 ส.ค. 2566 | wanida_phe

นักวิชาการ “ทีดีอาร์ไอ” แนะตั้งรัฐบาล ช้าสุด ก.ย.นี้ ยังไม่กระทบเศราฐกิจมาก ด้านเอกชนย้ำ ควรเป็นไปตามไทม์ไลน์เพื่อไม่ให้ศก.เสียหายไปกว่านี้
Business thai
08 ส.ค. 2566 | wanida_phe

นักวิชาการ “ทีดีอาร์ไอ” แนะตั้งรัฐบาล ช้าสุด ก.ย.นี้ ยังไม่กระทบเศราฐกิจมาก ด้านเอกชนย้ำ ควรเป็นไปตามไทม์ไลน์เพื่อไม่ให้ศก.เสียหายไปกว่านี้
นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันการวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลล่าช้ากำลังเป็นที่จับตามองของหลายฝ่าย โดยหากยังสามารถที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้ง ครม.บริหารประเทศได้ภายใน 3 เดือน คือ ประมาณเดือน ก.ย.2566 มองว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจไม่มากนัก แม้ว่าจะมีงบประมาณการลงทุนบางส่วนที่เบิกจ่ายล่าช้า แต่ในส่วนของงบประมาณที่มีการผูกพันงบประมาณไว้แล้วสามารถเบิกจ่ายได้
ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนอื่นคาดว่าจะเริ่มได้ในไตรมาส 2 ของปี 2567 ซึ่งต้องมีการเร่งรัดการเบิกจ่าย แต่คาดว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจไม่มากนักหากยังอยู่ในกรอบเวลานี้
"ถ้าได้รัฐบาลใหม่ภายในเดือน ก.ย.ผมมองว่าผลกระทบไม่มากนัก เพราะงบลงทุน ถ้าเป็นโครงการที่ผูกพันมาก่อนก็ทำต่อได้ ส่วนการลงทุนใหม่ต้องรอรัฐบาลใหม่ซึ่ง 3 เดือนจะไม่ถือว่าส่งผลกระทบมาก"นายนณริฏ กล่าว
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการหารือในคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ยืนยันว่าต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามไทม์ไลน์ภายในเดือน ส.ค.2566 โดยคาดหวังว่าการโหวดเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีความคืบหน้าและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกรอบไทม์ไลน์ที่ภาคเอกชนเคยประเมินไว้ว่าเป็นจุดที่มีความเสี่ยงและผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับที่ยังพอรับได้ แต่หากล่าช้าไปมากกว่านั้นความเสียหายที่จะเกิดขึ้นก็จะยิ่งมีต้นทุนที่สูงขึ้นและยังประเมินไม่ได้ว่าจะสร้างความเสียหายแค่ไหน
ทั้งนี้ ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยง รวมทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยแล้ง ซึ่งหากไทยยังขาดผู้นำที่เข้ามาเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกวินค้าเกษตร รวมทั้งการบริโภคภายในประเทศ
กกร.ได้ยื่นสมุดปกขาวให้กับภาคการเมืองไปแล้ว ซึ่งเรื่องเร่งด่วนที่อยากจะเน้นย้ำคือเรื่องโครงสร้างต้นทุน โดยเฉพาะค่าไฟที่ทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันลำบาก รวมทั้งค่าครองชีพประชาชนสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องหนี้ครัวเรือนที่ตอนนี้สูงกว่า 90% ของจีดีพี ซึ่งมาจากหนี้นอกระบบที่คิดเป็นกว่า 20% ซึ่งกดทับกำลังซื้อของคนในประเทศ ทั้งหมดนี้ต้องเร่งแก้" นายเกรียงไกร กล่าว
นอกจากนี้ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลยังมีผลกระทบถึงการลงทุนภาครัฐ เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันรักษาการมาตั้งแต่เดือน ก.พ.2566 ซึ่งในช่วงรักษาการจะอนุมัติโครงการไม่ได้จึงทำให้ทุกกระทรวงต้องชะลอโครงการใหม่ เพื่อรอรัฐบาลใหม่มาอนุมัติ รวมแล้วทำให้อาจต้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันรักษาการนาน 5-6 เดือน และเมื่อการลงทุนภาครัฐชะลอจะทำให้การลงทุนเอกชนชะลอด้วย